ทำพินัยกรรมไทย กับ ใช้พินัยกรรมต่างประเทศ สำหรับทรัพย์สินในไทย

ทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย เช่น ห้องชุด บัญชีธนาคาร หุ้นในบริษัทไทย ต้องผ่านกระบวนการตั้งผู้จัดการมรดกทางศาลไทยเกือบทุกกรณี พินัยกรรมที่ทำตามแบบของกฎหมายไทยช่วยให้ศาลพิจารณาได้ตรงไปตรงมา ส่วนพินัยกรรมต่างประเทศสามารถใช้ได้แต่ต้องแปลและรับรองสายทางครบถ้วน และอาจต้องพิสูจน์ความสมบูรณ์ตามกฎหมายของประเทศที่ทำ ทำให้ใช้เวลานานกว่า
สรุปสำหรับการตัดสินใจ: ถ้ามีทรัพย์สินในไทย แนะนำให้ทำพินัยกรรมไทยฉบับแยกครอบคลุมเฉพาะทรัพย์สินในไทย และเขียนถ้อยคำไม่ให้เพิกถอนพินัยกรรมต่างประเทศฉบับอื่นโดยไม่ตั้งใจ
ตารางเปรียบเทียบทีละประเด็น
| ประเด็น | พินัยกรรมที่ทำตามกฎหมายไทย | พินัยกรรมต่างประเทศที่นำมาใช้ในไทย |
|---|---|---|
| ศาลที่พิจารณา | ศาลไทยพิจารณาโดยตรง | ศาลไทยพิจารณาแต่ต้องพิสูจน์เอกสารต่างประเทศ |
| ภาษาและรูปแบบ | ทำเป็นภาษาไทยตามแบบที่กฎหมายกำหนด | ต้องแปลรับรองและรับรองสายทางครบ |
| ระยะเวลาโดยรวม | สั้นกว่าเพราะเอกสารพร้อมยื่น | ยาวกว่าเพราะมีขั้นตอนพิสูจน์เพิ่ม |
| ความเสี่ยงข้อโต้แย้ง | ต่ำกว่าเมื่อพยานและแบบถูกต้อง | สูงกว่าเมื่อถ้อยคำขัดกับกฎหมายไทย |
ควรเลือก พินัยกรรมที่ทำตามกฎหมายไทย เมื่อ
- มีอสังหาริมทรัพย์ บัญชีธนาคาร หรือหุ้นในไทย
- ต้องการให้ครอบครัวจัดการมรดกได้เร็วที่สุด
- ต้องการระบุผู้จัดการมรดกที่อยู่ในไทย
ควรเลือก พินัยกรรมต่างประเทศที่นำมาใช้ในไทย เมื่อ
- ทรัพย์สินหลักอยู่ต่างประเทศและในไทยมีเพียงเล็กน้อย
- มีพินัยกรรมต่างประเทศที่ครอบคลุมทรัพย์สินทั่วโลกอยู่แล้ว
- ยังไม่พร้อมจัดทำเอกสารในไทย
เอกสารที่ต้องเตรียม
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของผู้ทำพินัยกรรม
- รายการทรัพย์สินในไทยพร้อมเอกสารสิทธิ เช่น โฉนด หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด สมุดบัญชี
- ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร หรือเอกสารความสัมพันธ์ของผู้รับพินัยกรรม
- พยานสองคนที่ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์
- พินัยกรรมต่างประเทศฉบับปัจจุบัน (ถ้ามี) พร้อมคำแปล
ขั้นตอนการดำเนินการ
- จัดทำบัญชีทรัพย์สินในไทยให้ครบและเป็นปัจจุบัน
- ตรวจสอบว่าพินัยกรรมต่างประเทศที่มีอยู่ครอบคลุมหรือขัดแย้งกันหรือไม่
- ร่างพินัยกรรมไทยแบบเฉพาะทรัพย์สินในไทย พร้อมกำหนดผู้จัดการมรดก
- ลงนามต่อหน้าพยานสองคนตามแบบที่กฎหมายกำหนด
- เก็บต้นฉบับในที่ปลอดภัยและแจ้งผู้จัดการมรดกว่าจัดเก็บที่ใด
- ทบทวนทุกครั้งที่มีการซื้อขายทรัพย์สินหรือเปลี่ยนสถานะครอบครัว
ข้อควรระวังที่พบบ่อย
- ใช้ถ้อยคำเพิกถอนพินัยกรรมฉบับก่อนทั้งหมด ทำให้พินัยกรรมต่างประเทศเสียไปโดยไม่ตั้งใจ
- ให้ผู้รับประโยชน์เป็นพยาน ซึ่งอาจทำให้ข้อกำหนดส่วนนั้นเสียเปล่า
- ไม่ระบุผู้จัดการมรดก ทำให้ต้องเสียเวลาในชั้นศาลมากขึ้น
- ลืมปรับปรุงหลังซื้อห้องชุดหรือเปิดบัญชีใหม่
คำถามที่พบบ่อย
- ชาวต่างชาติทำพินัยกรรมในไทยได้ไหม
- ได้ ชาวต่างชาติสามารถทำพินัยกรรมตามแบบของกฎหมายไทยเพื่อจัดการทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย และควรจัดทำเป็นภาษาไทยพร้อมคำแปลเพื่อความชัดเจนของทายาท
- มีพินัยกรรมแล้วยังต้องขึ้นศาลอีกหรือไม่
- โดยทั่วไปยังต้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล เพราะธนาคารและสำนักงานที่ดินต้องการคำสั่งศาลเพื่อโอนทรัพย์สิน พินัยกรรมช่วยให้ขั้นตอนนี้ราบรื่นและเร็วขึ้น
- พินัยกรรมต่างประเทศต้องแปลอย่างไร
- ต้องแปลเป็นไทยโดยผู้แปลที่รับผิดชอบคำแปล และผ่านการรับรองตามสายทางที่ศาลและหน่วยงานไทยยอมรับ
- ทีมของคุณช่วยอะไร
- เราตรวจโครงสร้างทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศ ร่างพินัยกรรมไทยที่ไม่ขัดกับฉบับต่างประเทศ จัดพยานและการลงนาม และดูแลขั้นตอนตั้งผู้จัดการมรดกในภายหลังให้ครอบครัว
ไม่อยากเดินเรื่องเอง ให้เราดูแลให้ครบ
ทีมที่ปรึกษาของเราไม่ได้รับจ้างทำเอกสารอย่างเดียว แต่ช่วยวางเส้นทางเอกสารตั้งแต่ต้นจนจบ ตรวจข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง ประเมินไทม์ไลน์ และเตือนจุดเสี่ยงก่อนที่จะเสียเวลาแก้ย้อนหลัง ส่งภาพเอกสารมาให้ประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมินเบื้องต้น
หัวข้อเปรียบเทียบอื่น
- Apostille กับ การรับรองผ่านสถานทูต (Legalization) ต่างกันอย่างไร
- Notary Public กับ นิติกรณ์กรมการกงสุล ต่างกันอย่างไร ควรใช้แบบไหน
- คำแปลสาบานตน (Sworn) กับ คำแปลรับรอง (Certified) ต่างกันอย่างไร
- วีซ่า LTR กับ Thailand Privilege เลือกแบบไหนดี
- ถิ่นที่อยู่ถาวร (PR) กับ การแปลงสัญชาติไทย เลือกเส้นทางไหน
- ฟ้องศาล กับ อนุญาโตตุลาการ ต่างกันอย่างไร ธุรกิจควรเลือกทางไหน
- ใบอนุญาตทำงานปกติ กับ ช่องทาง BOI/Smart Visa ต่างกันอย่างไร
- DTV (Destination Thailand Visa) กับ LTR Visa เลือกแบบไหนดี
- แปล NAATI กับ แปลรับรองเพื่อยื่นนิติกรณ์ ต่างกันอย่างไร
- ตั้งบริษัทจำกัดในไทย กับ สำนักงานผู้แทน เลือกโครงสร้างไหน
- จดทะเบียนสมรสในไทย กับ จดทะเบียนที่ต่างประเทศ แบบไหนเหมาะกับคุณ






