หลัก Lex Situs ในไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1599 + กฎ Conflict of Laws ระบุว่า ‘อสังหาริมทรัพย์ใช้กฎหมายของประเทศที่ทรัพย์ตั้งอยู่’ (Lex Situs) ดังนั้นคอนโดในไทยตกทอดตามกฎหมายไทยเสมอ ไม่ว่าเจ้าของจะเขียน will ที่ UK, US หรือ AU
สังหาริมทรัพย์ (เช่น บัญชีธนาคาร, หุ้น) ใช้กฎหมาย ‘ภูมิลำเนาผู้ตาย’ — ซึ่งศาลไทยตีความเข้มงวด มักถือว่าทรัพย์ในธนาคารไทย = ใช้กฎหมายไทย
เปรียบเทียบ 5 ด้าน
- ความเร็วพิสูจน์: ไทย 3–6 เดือน vs ต่างประเทศ 12–24 เดือน
- ค่าใช้จ่าย: ไทย ประเมินราคาฟรี vs ต่างประเทศ (แปล+Apostille+ศาล) ประเมินราคาฟรี
- ภาษา: ไทย — ภาษาไทย vs ต่างประเทศ — ต้องแปลรับรอง
- ความเสี่ยงโต้แย้ง: ไทยต่ำ (พยาน 2 คนเซ็นต่อหน้า) vs ต่างประเทศสูง (รูปแบบอาจไม่ตรงกฎไทย)
- ความสะดวกผู้รับมรดก: ไทยสะดวกถ้ารับในไทย vs ต่างประเทศสะดวกถ้ารับนอกไทย
รูปแบบพินัยกรรมไทยที่กฎหมายรับ (ป.พ.พ. ม.1655–1672)
- 1. แบบธรรมดา — ทำเป็นหนังสือ + ลายมือชื่อ + พยาน 2 คน (ใช้บ่อยที่สุด)
- 2. แบบเขียนเองทั้งฉบับ — ลายมือผู้ทำตลอด ไม่ต้องมีพยาน
- 3. แบบเอกสารฝ่ายเมือง — ทำที่อำเภอ
- 4. แบบเอกสารลับ — ทำหน้าพยาน + นายอำเภอเก็บ
- 5. แบบทำด้วยวาจา (เฉพาะภัยพิบัติ/สงคราม)
Best Practice สำหรับ Expat
วิธีที่ทนายแนะนำมากที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ คือเขียนพินัยกรรม 2 ฉบับแยก — ฉบับไทย (Thai Will) ครอบคลุมเฉพาะทรัพย์ในไทย, ฉบับต่างประเทศ (Foreign Will) ครอบคลุมทรัพย์นอกไทย แต่ละฉบับมี clause ‘this will applies only to assets situated in [country]’ และระบุชัดว่า ‘does not revoke wills made for other jurisdictions’
วิธีนี้ลดเวลาพิสูจน์ในไทยจาก 12+ เดือน เหลือ 3–6 เดือน และลดความเสี่ยงข้อพิพาทระหว่างทายาทคนละประเทศ
ขั้นตอนเขียน Thai Will (Step-by-Step)
- 1. ทำ inventory ทรัพย์สินในไทย (โฉนด, เลขบัญชี, หุ้น, ยาน)
- 2. ระบุทายาทผู้รับ + สัดส่วน (% หรือ specific asset)
- 3. ตั้งผู้จัดการมรดก (Executor) — ปกติเป็นทนายหรือทายาทใหญ่
- 4. ทำต่อหน้าทนายความ + พยาน 2 คน (ไม่ใช่ทายาท) — เซ็นพร้อมกัน
- 5. เก็บต้นฉบับที่ทนาย + สำเนาให้ Executor + แจ้งสถานที่เก็บกับทายาท






