หลักการพื้นฐาน — Conflict of Laws
เมื่อผู้ตายมีสินทรัพย์ใน 2 ประเทศขึ้นไป ระบบกฎหมายระหว่างประเทศใช้หลัก ‘แยกทรัพย์ตามประเภท’: อสังหาริมทรัพย์ → lex situs (กฎหมายที่ตั้งทรัพย์) · สังหาริมทรัพย์ → lex domicilii (กฎหมายภูมิลำเนาของผู้ตาย)
ตัวอย่าง: ชาวอเมริกันถือคอนโดในกรุงเทพ + บัญชีธนาคารใน NY → คอนโด ใช้กฎหมายไทย / บัญชี ใช้กฎหมาย NY แม้พินัยกรรมจะระบุเป็นอย่างอื่น เพราะ ‘ที่ตั้งทรัพย์’ บังคับเสมอ
ผลทางปฏิบัติ: ต้องทำ probate ใน 2 ประเทศ — เรียกว่า ‘ancillary probate’ ในไทย — แม้พินัยกรรม US ผ่าน probate ที่ NY แล้ว ก็ต้องเอามาขอ probate ในไทยอีกครั้งเพื่อโอนคอนโด
Forced Heirship — ระบบบังคับส่วนแบ่ง
บางประเทศ (ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี ประเทศมุสลิม) มี ‘forced heirship’ — บังคับให้ทายาทบางกลุ่ม (บุตร คู่สมรส) ได้ส่วนแบ่งขั้นต่ำ แม้พินัยกรรมจะระบุเป็นอื่น
ไทยมีหลักคล้ายกัน — มาตรา 1635–1640 ป.พ.พ. ระบุ ‘ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ’ ถ้าไม่มีพินัยกรรม ทายาทลำดับก่อนได้สิทธิก่อน · มี ‘ส่วนของคู่สมรส’ ที่บังคับ (มาตรา 1625) แม้พินัยกรรมจะตัดออก คู่สมรสยังได้ครึ่งหนึ่งของสินสมรส
ความขัดแย้ง: ถ้าผู้ตายเป็นชาวฝรั่งเศส มีคอนโดในไทย และทำพินัยกรรมยกให้แฟน (ไม่ใช่บุตร) — ลูกฟ้อง forced heirship ในฝรั่งเศส แต่ศาลไทยอาจไม่ยอมรับ เพราะคอนโดอยู่ในไทย ต้องใช้กฎหมายไทย — ปกติศาลไทยจะตัดสินตามพินัยกรรมที่ legalize ถูกต้อง
ทายาทต่างชาติรับทรัพย์ในไทยได้แค่ไหน
- คอนโด → รับได้เต็ม freehold (เพราะกฎหมายให้ต่างชาติถือได้อยู่แล้ว) แต่ต้องเข้า quota 49% ของอาคาร — ถ้าเต็ม ต้องขายภายใน 1 ปี
- ที่ดิน → รับเป็นมรดกได้ แต่ต้อง ‘โอนหรือขาย’ ภายใน 1 ปี (พ.ร.บ.ที่ดิน ม.93) — ถ้าไม่ขาย รัฐยึดและขายทอดตลาด
- บ้านบนที่ดิน → แยก ‘ตัวบ้าน’ (สังหาริมทรัพย์ → รับได้) กับ ‘ที่ดิน’ (อสังหา → ต้องขาย) — ในทางปฏิบัติต้องขายรวม
- เงินในธนาคารไทย → รับได้เต็ม โอนกลับประเทศได้ถ้ามี FETF เดิม
- หุ้นบริษัทไทย → ถ้าผู้ตายถือ < 49% ทายาทต่างชาติรับได้ · ถ้าทำให้สัดส่วน foreign เกิน 49% ต้องลดสัดส่วนภายใน 1 ปี
- รถยนต์ → รับได้ แต่ต้องเปลี่ยนชื่อทะเบียนรถภายใน 30 วัน + ต้องมี Non-Imm visa
ภาษีมรดก (Inheritance Tax Act 2558)
ภาษีมรดกในไทยเริ่มเก็บปี 2558 — เก็บเฉพาะส่วนที่ ‘เกิน ฿100 ล้านบาท’ ต่อทายาท 1 ราย ไม่ใช่ต่อกองมรดก
อัตรา: 5% ถ้าเป็น ascendant/descendant (พ่อแม่/ลูก/หลาน) · 10% ถ้าเป็นบุคคลอื่น · คู่สมรส ‘ได้ยกเว้น 100%’ ไม่เสียเลย
ทายาทต่างชาติเสียภาษีถ้า: (1) ผู้ตายเป็น Thai resident หรือ (2) ทรัพย์มรดกอยู่ในไทย — ทั้ง 2 กรณีเก็บแบบเดียวกับทายาทไทย
ยื่นภาษีภายใน 150 วันนับจากรับมรดก ที่กรมสรรพากร — มีบทลงโทษ ปรับ 1.5%/เดือน + เบี้ยปรับ 100% ถ้าหลีกเลี่ยง
เส้นทาง Probate ในศาลไทย (ทายาทต่างชาติ)
- ขั้นที่ 1 — รวบรวมเอกสาร: ใบมรณบัตร (แปลรับรอง + Apostille ถ้าออกต่างประเทศ), พินัยกรรม (legalize), บัตรประชาชน/passport ทายาทและผู้ตาย, ทะเบียนสมรส, สูติบัตรลูก
- ขั้นที่ 2 — สำรวจทรัพย์: ขอ statement ธนาคาร, โฉนด, ใบหุ้น, ทะเบียนรถ, กรมธรรม์ประกัน
- ขั้นที่ 3 — ยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกที่ศาลแพ่ง (กรุงเทพ) หรือศาลจังหวัด (ตามที่ผู้ตายมีภูมิลำเนา/ทรัพย์ตั้งอยู่) — ทายาทต่างชาติยื่นเองได้ผ่านทนาย แต่ต้องมาให้การด้วยตนเอง 1 ครั้ง (หรือ POA + Apostille)
- ขั้นที่ 4 — ประกาศหนังสือพิมพ์ + ปิดประกาศที่ศาล 7 วัน เพื่อให้เจ้าหนี้/ทายาทอื่นคัดค้าน
- ขั้นที่ 5 — ไต่สวนพยาน (1 นัด) แล้วศาลออก ‘คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก’ ใช้เวลารวม 4–8 เดือน · ถ้ามีผู้คัดค้าน 12–24 เดือน
- ขั้นที่ 6 — นำคำสั่งศาลไปโอนทรัพย์ที่กรมที่ดิน / ธนาคาร / DBD / กรมขนส่ง
Tax Treaty และการเครดิตภาษีต่างประเทศ
ไทยมี Double Tax Treaty (DTA) กับ 61 ประเทศ — แต่ DTA เหล่านี้ส่วนใหญ่ ‘ครอบคลุมเฉพาะ income tax’ ไม่ครอบคลุม inheritance tax
ผลคือ ทรัพย์อาจถูกเก็บภาษีมรดกซ้ำ 2 ครั้ง — ในไทย 5–10% + ในประเทศบ้านเกิด เช่น UK Inheritance Tax 40% (เกิน £325k), US Estate Tax 18–40% (เกิน $13.61M)
ทางแก้: (1) ทำพินัยกรรมแยก 2 ฉบับ (Thai will + Home will) เพื่อทรัพย์แต่ละประเทศ — ลด conflict · (2) วางแผน lifetime gift ก่อนเสียชีวิต · (3) ใช้ trust / company holding (ปรึกษาทนายภาษีระหว่างประเทศ)






