ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
NYC Legal & Notary Services
Legal · Notary · Translation
NYC Legal & Notary
ทีมทนาย Notary Public บริษัท NYC Legal & Notary Service ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดอรุณ กรุงเทพฯ
ทีมทนาย Notary Public บริษัท NYC Legal & Notary Service ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดอรุณ กรุงเทพฯ

ปัดซ้าย–ขวาเพื่อดูใบอนุญาต Notary Public ทั้ง 6 ท่าน

Legal

ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทย — Due Diligence Checklist 2026 (ขั้นเทพ)

ชาวต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ 100% (ถือกรรมสิทธิ์เต็ม) แต่มีเงื่อนไข 4 ข้อต้องผ่าน — DD ที่หละหลวมทำให้เสียเงิน Down 10–30% ฟรี บทความนี้คือ checklist ขั้นเทพที่ทนายอสังหาฯ ใช้จริง

เผยแพร่ 2026-06-24 อัปเดต 2026-06-24 16 นาทีBy NYC Legal Team
TL;DR · สรุปสั้น
  • ชาวต่างชาติถือคอนโดได้เต็ม 100% ไม่ใช่ leasehold — แต่ทั้งอาคารห้ามเกิน 49% ของพื้นที่ขาย
  • ต้องมี FETF (Foreign Exchange Transaction Form) จากธนาคาร — โอนเงินจากต่างประเทศเป็นสกุลต่างประเทศ ระบุ ‘To purchase condominium’
  • DD ต้องตรวจ: โฉนดห้องชุด (อ.ช.2), หนังสือรับรองนิติบุคคล, รายงานการประชุม, ค่าส่วนกลางค้างจ่าย, ภาระจำนอง, ผังอาคาร
  • ภาษีโอน: ค่าธรรมเนียมโอน 2% + ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าขายในปีที่ 5) + อากรแสตมป์ 0.5% + WHT 1% (นิติบุคคล) / progressive (บุคคล)
  • ห้ามใช้ Nominee คนไทยเป็นเจ้าของแทน — ผิด พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โทษจำคุก + ปรับ + ริบทรัพย์

กฎหมายพื้นฐาน — ชาวต่างชาติถือคอนโดได้แค่ไหน

พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 (แก้ไขล่าสุด 2551) มาตรา 19 ทวิ กำหนดให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (freehold) ได้ ‘โดยรวมไม่เกิน 49%’ ของพื้นที่ทั้งหมดที่ขายในอาคารชุดนั้น ๆ — หมายถึงทั้งโครงการ ไม่ใช่ทั้งประเทศ

ปี 2024 มีการพิจารณาขยายเป็น 75% สำหรับโครงการเฉพาะในเขต EEC แต่ยังไม่ผ่านสภาทันปี 2026 จึงยึด 49% เป็นมาตรฐาน — อย่าหลงเชื่อนายหน้าที่บอก ‘75% แล้ว’

5 เงื่อนไขที่ต้องผ่านก่อนโอนกรรมสิทธิ์

  • (1) Quota foreign ของอาคารยังไม่เต็ม 49% — ขอ ‘หนังสือรับรองอัตราส่วน’ จากนิติบุคคลก่อนวางมัดจำ
  • (2) มี FETF / Tor.Tor.3 (เดิม): โอนเงินซื้อจากต่างประเทศมาในชื่อตนเอง สกุลต่างประเทศ ระบุ purpose ‘To purchase condominium unit no. XXX at YYY project’
  • (3) ถ้าซื้อด้วยเงินกู้ในไทย: ต้องเป็น Non-resident foreign currency loan และผู้กู้ต้องระบุได้ว่าเงินต้นมาจากต่างประเทศ
  • (4) มี Passport + Non-Imm Visa (ไม่จำเป็น แต่บางสำนักงานที่ดินขอ) + บัตรประจำตัวต่างด้าวหากมี
  • (5) ไม่เป็นบุคคลในบัญชี Sanctions / AML watchlist (ธนาคารจะตรวจตอนรับโอนเงิน)

Due Diligence Checklist (5 ชั้น — ขาดไม่ได้)

ชั้นที่ 1 — Title & Ownership: ขอสำเนา ‘อ.ช.2’ (โฉนดห้องชุด) ล่าสุด ตรวจที่กรมที่ดิน online + ดูภาระจำนอง, อายัด, คดีความ ระบบ E-LandsMaps

ชั้นที่ 2 — Building Quality: ขอใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) + ใบรับรองการก่อสร้างแล้วเสร็จ (อ.6) + EIA (ถ้าอาคาร > 8 ชั้น หรือ > 80 ห้อง) — เช็คว่าก่อสร้างตรงตามแบบที่ยื่นไหม

ชั้นที่ 3 — Juristic Person: หนังสือรับรองนิติบุคคลอาคารชุด + รายงานการประชุมใหญ่ 3 ปีย้อนหลัง + งบการเงิน + รายชื่อกรรมการ — มองหาสัญญาณ: ค่าส่วนกลางขาดทุนสะสม / ฟ้องเจ้าของห้อง / Sinking Fund หาย

ชั้นที่ 4 — Unit-specific: ค่าส่วนกลางค้างจ่าย (ต้องเป็น 0 ก่อนโอน) + ค่าน้ำ-ไฟ + บันทึกการซ่อม + key handover record ของเจ้าของเดิม

ชั้นที่ 5 — Developer Risk (ถ้า off-plan): ตรวจ บมจ./บจก. ผู้พัฒนาที่ DBD + งบการเงิน + คดี + Escrow Account (พ.ร.บ.ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา 2551 บังคับให้ project > 100 ห้องต้องมี)

สัญญาจะซื้อจะขาย (Sales & Purchase Agreement)

ต้องเป็น 2 ภาษา (ไทย+อังกฤษ) และระบุชัดเจนว่า ‘ภาษาไทยมีผลบังคับใช้’ (governing language) — กฎหมายไทยใช้ฉบับไทยตัดสิน

ต้องมีข้อ ‘force majeure’ และ ‘refund schedule’ ในกรณีก่อสร้างเลื่อนเกิน 12 เดือน หรือไม่ผ่าน EIA / ไม่สามารถออก FETF ได้

เงินมัดจำควรไม่เกิน 10% และจ่ายผ่าน Escrow ไม่ใช่บัญชี developer ตรง — ป้องกันกรณี developer ล้มละลาย

ภาษีและค่าธรรมเนียมโอน (ใครจ่ายอะไร)

  • ค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมิน — ตามธรรมเนียม buyer/seller จ่ายคนละครึ่ง (ระบุในสัญญาให้ชัด)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% — เฉพาะกรณีผู้ขายถือไม่ครบ 5 ปี (ผู้ขายจ่าย)
  • อากรแสตมป์ 0.5% — เฉพาะกรณีไม่เสีย SBT (ผู้ขายจ่าย)
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: บุคคลธรรมดา progressive ตามอายุการถือครอง / นิติบุคคล 1% ของราคาประเมินหรือราคาขายแล้วแต่สูงกว่า (ผู้ขายจ่าย)
  • ค่านิติกรรมที่กรมที่ดิน — ตามจำนวนเอกสาร โดยปกติ ประเมินราคาฟรี

Red Flags — สัญญาณห้ามซื้อ

  • ไม่มีหนังสือรับรอง 49% quota จากนิติบุคคล (อาจเต็ม)
  • Developer ขอให้โอนเงินเข้าบัญชีในไทยเป็น THB (จะออก FETF ไม่ได้ → โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้)
  • ราคาขายต่ำกว่าราคาประเมินกรมที่ดินมาก > 30% (กรมสรรพากร audit ภายหลัง)
  • เสนอ ‘nominee structure’ หรือ ‘Thai company holding’ — ผิดกฎหมาย โทษหนัก
  • ค่าส่วนกลางค้างจ่าย > ฿50,000 และนิติบุคคลฟ้องอยู่
  • อายุอาคาร > 15 ปีและไม่เคยมีการซ่อมใหญ่ + sinking fund ติดลบ
ต้องการคำปรึกษาเฉพาะเคส?

ปรึกษาฟรี 30 นาที — ทนายและนักแปลของ NYC ตอบใน 15 นาที

คำถามที่พบบ่อย

ถ้า quota 49% เต็มแล้วซื้อไม่ได้ ทำอย่างไร?

ทางเลือก: (1) รอเจ้าของต่างชาติคนอื่นขายให้คนไทย แล้ว quota จะเปิด — มี waiting list ที่นิติบุคคล · (2) ทำ Leasehold 30 ปี (ต่อได้ + 30) — ปลอดภัยน้อยกว่า freehold แต่ถูกกฎหมาย · (3) เปลี่ยนเป็น project อื่นที่ quota เปิด

ใช้บริษัทไทย (Thai Company) ถือคอนโดแทนได้ไหม?

ห้ามเด็ดขาด — ถ้าผู้ถือหุ้นต่างชาติเกิน 49% หรือเป็น nominee structure ผิด พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542 + ม.74 พ.ร.บ.อาคารชุด โทษจำคุก 7 ปี + ปรับ + ริบทรัพย์ ปี 2566 DSI ได้ทลายเครือข่าย nominee คอนโดภูเก็ตและพัทยา ยึดทรัพย์ > ฿2,000 ล้าน

FETF ทำอย่างไร? โอนเงินยังไงให้ถูกต้อง?

ให้ผู้ซื้อโอนเงินจากบัญชีตนเองในต่างประเทศ → เข้าบัญชีตนเองในไทย (FCD: Foreign Currency Deposit) → ระบุ purpose ‘To purchase condominium unit’ → ธนาคารออก FETF ภายใน 7 วัน · เงินที่โอนต้อง > USD 50,000 ต่อครั้งจึงต้องแจ้ง BOT แต่ธนาคารจัดการให้ · ห้ามแลกเป็น THB ก่อนโอนเข้าไทย — จะออก FETF ไม่ได้

ซื้อ off-plan ปลอดภัยไหม? โครงการล้มจะได้เงินคืนยังไง?

ปลอดภัยถ้าใช้ Escrow Account ตาม พ.ร.บ.ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา 2551 — เงินจะอยู่ที่ธนาคารจนกว่าก่อสร้างเสร็จตามงวด · ถ้า developer ล้ม Escrow Bank คืนเงินตามสัญญา · ตรวจให้แน่ใจว่าสัญญามี Escrow clause และโอนเงินเข้า escrow ไม่ใช่ developer account

ขายคอนโดแล้วโอนเงินกลับประเทศได้ทั้งหมดไหม?

ได้ — ตราบใดที่มี FETF เดิมเก็บไว้ (ออกใหม่ไม่ได้ถ้าหาย) ขายแล้วยื่นต่อธนาคารพร้อม FETF เดิม + สัญญาซื้อขายใหม่ + ใบเสร็จภาษีโอน ธนาคารจะอนุญาตให้โอนกลับเป็น USD/EUR/JPY ได้เต็มจำนวนยอดขาย แต่ถ้าขายได้กำไร > เงินทุน ส่วนต่างต้องผ่าน BOT Form 1 (capital gain)

Tags:#foreign-buyer#condo#due-diligence#FETF#49% quota

บทความที่เกี่ยวข้อง

Trust Layer · Why 10,000+ clients choose us

พิสูจน์ด้วย ตัวเลข · รางวัล · เสียงลูกค้าจริง

8 ปี · 10,000+ เคส · 50+ ภาษา · 6 ทนายโนตารี · ครอบคลุม 127 พื้นที่ทั่วประเทศไทย

10,000+
ลูกค้าที่ไว้วางใจ
ตั้งแต่ปี 2016
50+
ภาษาที่แปลได้
นักแปลเจ้าของภาษา 200+ คน
127
พื้นที่ให้บริการ
50 เขต กทม. + 77 จังหวัด
6
ทนายโนตารี
ขึ้นทะเบียนสภาทนายความ
15 นาที
ตอบกลับเฉลี่ย
ทุกช่องทาง 24/7
4.9 / 5
คะแนนรีวิว
จาก รีวิวที่ตรวจสอบแล้ว (curated)

พร้อมเริ่มงานของคุณกับ NYC?

ส่งเอกสารให้ทีมประเมินฟรีภายใน 15 นาที — ทำงาน 365 วัน ครอบคลุม 127 พื้นที่ทั่วไทย

คลังข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวข้อง