มีผลบังคับใช้ 14 กุมภาพันธ์ 2569
Apostille ไทย 2569
คู่มือการเปลี่ยนผ่านฉบับสมบูรณ์ (Playbook)
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของการรับรองเอกสารข้ามพรมแดนของไทย — เอกสารจากไทยที่ต้องใช้ในกว่า 126 ประเทศจะไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกต่อไป เพียงตรา Apostille ใบเดียวจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ หน้านี้รวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้: ขั้นตอนก่อน/หลัง, ประเทศภาคี, timeline, ค่าใช้จ่าย, กรณีศึกษา และ FAQ 15 ข้อ
อัปเดตสำคัญ: ไทยเข้าเป็นภาคี Hague Apostille — มีผล 14 ก.พ. 2569
ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับเอกสารที่ออกและรับรองในหรือหลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 (14 Feb 2026) โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กรมการกงสุล) จะเป็นผู้ออก Apostille สำหรับเอกสารไทย
- รับรองต้นฉบับ/แปล (Notary, MoJ, NAATI)
- รับรองกงสุล MFA ไทย
- รับรองสถานทูตประเทศปลายทาง
- ใช้งานที่ประเทศปลายทาง
- รับรองต้นฉบับ/แปล (Notary/MoJ)
- ยื่นขอ Apostille ที่ MFA ไทย
- ใช้งานที่ประเทศปลายทางได้ทันที (ไม่ต้องผ่านสถานทูต)
หมายเหตุ: เอกสารที่ออกก่อนวันมีผลบังคับ ยังสามารถใช้ Legalization แบบเดิมได้ตามความต้องการของหน่วยงานปลายทาง — ทีมงานจะแนะนำเส้นทางที่รวดเร็ว/ประหยัดที่สุดให้ตามกรณี
อ้างอิง: HCCH (Hague Conference), กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
เปรียบเทียบก่อน–หลัง 14 ก.พ. 2569
- 4 ขั้นตอน: Notary → MFA → สถานทูต → ใช้งาน
- ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์
- ค่าใช้จ่ายรวม 3,500-12,000 บาท/ชุด
- ต้องเดินทางไปหลายสถานที่
- ค่าธรรมเนียมสถานทูตแพงและไม่แน่นอน
- 2-3 ขั้นตอน: Notary → MFA (Apostille) → ใช้งาน
- ระยะเวลา 3-5 วันทำการ
- ค่าใช้จ่ายรวม 1,500-4,500 บาท/ชุด
- จุดเดียวจบที่กรมการกงสุล
- ตรวจสอบออนไลน์ได้ผ่าน e-Register
126 ประเทศภาคี Hague Apostille
รายชื่อประเทศ (ISO2) ที่รับ Apostille ไทยตั้งแต่ 14 ก.พ. 2569 (ไม่รวมไทย):
อ้างอิง: HCCH Status Table, updated 2026
3 กรณีศึกษาที่พบบ่อย
เดิม: Transcript → กระทรวงศึกษาฯ → MFA → สถานทูตเยอรมัน (นัดคิว 2-4 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียม 1,500-2,500 บาท/ชุด). ใหม่: Transcript → กระทรวงศึกษาฯ → MFA (Apostille) เสร็จภายใน 3 วัน ประหยัดเวลากว่า 70% และค่าใช้จ่ายเกือบครึ่ง
เดิม: หนังสือรับรอง DBD → แปลรับรอง → Notary → MFA → สถานทูตสหรัฐฯ (นัดคิว 3-6 สัปดาห์). ใหม่: DBD → แปล+Notary → Apostille ที่ MFA เสร็จใน 5 วัน — เร่งเปิดบริษัท LLC/Corp ได้เร็วขึ้นมาก
ต้องใช้ Certificate of No Impediment (CNI) ที่รับรองแบบ Apostille — ระบบใหม่ทำให้ได้เอกสารพร้อมส่ง DHL ไปออสเตรเลียภายใน 5-7 วัน แทนที่จะรอสถานทูตออสเตรเลียในกรุงเทพนัดคิว
คำถามที่พบบ่อย (15 ข้อ)
Apostille ของไทยเริ่มใช้เมื่อไหร่?
อนุสัญญา Hague Apostille 1961 มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เป็น Competent Authority ผู้ออก Apostille
เอกสารที่ออกก่อน 14 ก.พ. 2569 ต้องทำใหม่ไหม?
ไม่จำเป็น — เอกสารที่ถูก Legalize (สถานทูตปลายทางประทับแล้ว) ก่อนวันดังกล่าวยังใช้ได้ตามปกติจนกว่าประเทศปลายทางจะไม่ยอมรับ ควรเก็บใบเสร็จและตราประทับเดิมไว้เป็นหลักฐาน
ประเทศไหนบ้างที่รับ Apostille ไทย?
ปัจจุบันมี 126 ประเทศภาคี รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี และประเทศในสหภาพยุโรปทั้งหมด — ดูรายชื่อเต็มด้านล่าง
ประเทศที่ไม่ใช่ภาคี (เช่น แคนาดา ไต้หวัน UAE บางกรณี) ต้องทำอย่างไร?
ยังต้องใช้กระบวนการ Legalization แบบเดิม: Notary → กรมการกงสุล MFA → สถานทูตประเทศปลายทาง
Apostille แทน Notary Public ได้ไหม?
ไม่ได้ — Apostille คือการรับรอง 'ตราประทับของหน่วยงานราชการ' ไม่ใช่การรับรองลายเซ็นบุคคล เอกสารเอกชน (Power of Attorney, Affidavit) ยังต้องผ่าน Notary Public ก่อน แล้วจึงยื่นขอ Apostille
เอกสารประเภทไหนใช้ Apostille ได้?
เอกสารราชการ (สูติบัตร ทะเบียนสมรส/หย่า ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองความประพฤติ) เอกสารการศึกษา (Transcript ใบปริญญาที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาฯ) เอกสารบริษัท (หนังสือรับรอง DBD) และเอกสารที่ผ่าน Notary Public แล้ว
ค่าธรรมเนียม Apostille เท่าไหร่?
ค่าธรรมเนียมราชการประมาณ 200-400 บาท/ตราประทับ (ปกติ) หรือ 800-1,000 บาท (ด่วน 1 วันทำการ) NYC Legal คิดค่าบริการรวม 1,500-3,500 บาท/ชุด ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน
ระยะเวลาดำเนินการ Apostille?
ปกติ 2-3 วันทำการที่กรมการกงสุล ถ้าเร่งด่วนสามารถทำเสร็จภายใน 1 วันทำการ (ยื่นเช้า-รับบ่าย) ในบางกรณี
ต้องแปลเอกสารก่อน Apostille หรือหลัง?
แนะนำให้ Apostille ต้นฉบับไทยก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาปลายทางโดย Sworn/Certified Translator ที่ประเทศนั้นๆ ยอมรับ — แต่บางประเทศต้องการให้ Apostille ทั้งต้นฉบับและคำแปล ต้องเช็คตามกรณี
Apostille จากประเทศอื่นใช้ในไทยได้เลยไหม?
ได้ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป — เอกสารจาก 126 ประเทศภาคีที่มี Apostille แล้ว สามารถใช้ในไทยโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทยในต่างประเทศอีก
ธุรกิจ SME/บริษัทได้ประโยชน์อย่างไร?
ลดเวลาส่งออกเอกสาร (Company Affidavit, Board Resolution, PoA) จาก 2-4 สัปดาห์ เหลือ 3-5 วัน · ประหยัดค่าสถานทูตปลายทาง (ประมาณ 1,500-8,000 บาท/สถานทูต) · เร่งการจดทะเบียนบริษัทลูกในต่างประเทศ
จะต้องใช้ e-Apostille หรือกระดาษ?
ระยะแรกไทยจะออก Apostille แบบกระดาษ (มีตราครุฑและลายเซ็นเจ้าหน้าที่) พร้อมช่องทางตรวจสอบออนไลน์ (e-Register) ตามมาตรฐาน HCCH
หากประเทศปลายทางคัดค้าน (Objection) Apostille ไทย?
เยอรมนี ออสเตรีย ฟินแลนด์ กรีซ อาจใช้เวลา 6 เดือนคัดค้านตามธรรมเนียม — ในช่วงนี้ควรตรวจสอบสถานะกับสถานทูตของประเทศปลายทางก่อนส่งเอกสาร
เอกสารที่ถูกปฏิเสธ Apostille มีอะไรบ้าง?
เอกสารเชิงพาณิชย์ล้วน (Invoice, B/L, Certificate of Origin) และเอกสารทางการทูต/กงสุลบางประเภท — ให้ใช้ระบบ Chamber of Commerce หรือ Legalization ตามเดิม
NYC Legal ช่วยอะไรได้บ้าง?
One-stop service: Notary + แปลรับรอง + Apostille + จัดส่ง DHL/FedEx ถึงมือผู้รับต่างประเทศ · Express 1-3 วัน · รับ Refund ถ้าเอกสารโดนปฏิเสธจากความผิดพลาดของเรา 100%
เตรียมเอกสารรับ Apostille ตั้งแต่วันนี้
NYC Legal เป็นทีมเดียวที่ครบวงจร Notary + แปลรับรอง + Apostille + จัดส่งต่างประเทศ — จองคิวล่วงหน้าสำหรับกระบวนการเดือน ก.พ. 2569 ได้เลย






