ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Apostille Knowledge Hub

Apostille คืออะไร · ประเทศไทย ใช้ได้ไหม

คู่มือสรุปอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961), สถานะของไทย, รายชื่อประเทศสมาชิก 126+ ประเทศ และวิธีรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเมื่อปลายทางต้องการ Apostille

Read in English →

สถานะปัจจุบัน: ประเทศไทย ยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญา Apostille — เอกสารที่ออกในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการ Consular Legalization ของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสถานทูตประเทศปลายทาง ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ HCCH

ทำความรู้จัก Apostille

Apostille คือใบรับรองตามแบบมาตรฐานที่ตกลงกันในอนุสัญญากรุงเฮกปี ค.ศ. 1961 (Convention of 5 October 1961 Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents) วัตถุประสงค์คือยกเลิกขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น โดยให้หน่วยงานเดียวในประเทศต้นทาง — ที่เรียกว่า Competent Authority — ออกใบรับรองแบบตายตัวที่ประเทศสมาชิกอื่นยอมรับได้ทันที

สำหรับนักธุรกิจ นักศึกษา และครอบครัวที่ต้องส่งเอกสารระหว่างประเทศ Apostille ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ — แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งประเทศต้นทาง และ ปลายทาง เป็นสมาชิกอนุสัญญา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช่ จะต้องใช้กระบวนการ Legalization แบบเดิม

เปรียบเทียบ: Apostille vs Legalization

Apostille (ปลายทางเป็นสมาชิก)

  • • 1 ใบรับรองเท่านั้น
  • • ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 1–3 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก

Legalization (เส้นทางไทยปัจจุบัน)

  • • 4 ขั้นตอน: แปล → Notary → MFA → สถานทูต
  • • ต้องนัดคิวสถานทูตปลายทาง
  • • เวลา 5–10 วันทำการ
  • • ค่าใช้จ่ายแปรผันตามสถานทูต

ขั้นตอนรับรองเอกสารไทยส่งประเทศสมาชิก Apostille

  1. 1. แปลรับรอง

    นักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA / NAATI

  2. 2. Notarial

    Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ

  3. 3. MFA

    กรมการกงสุล รับรองที่แจ้งวัฒนะ

  4. 4. สถานทูตปลายทาง

    รับรองชั้นสุดท้ายที่สถานทูตในกรุงเทพฯ

หมายเหตุ: เอกสารบางประเภท (เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส) ออกโดยหน่วยงานราชการอยู่แล้ว อาจข้ามขั้น Notarial ได้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถานทูตปลายทาง

ประเทศสมาชิก Apostille ที่พบบ่อย

รายชื่อที่ลูกค้าเราพบบ่อย — รายการเต็มกว่า 126 ประเทศดูได้ที่ HCCH Status Table

  • สหรัฐอเมริกา
  • สหราชอาณาจักร
  • ออสเตรเลีย
  • นิวซีแลนด์
  • ญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้
  • เยอรมนี
  • ฝรั่งเศส
  • อิตาลี
  • สเปน
  • เนเธอร์แลนด์
  • เบลเยียม
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • ออสเตรีย
  • สวีเดน
  • นอร์เวย์
  • เดนมาร์ก
  • ฟินแลนด์
  • ไอร์แลนด์
  • โปรตุเกส
  • โปแลนด์
  • เช็กเกีย
  • รัสเซีย
  • จีน
    เข้าร่วมเมื่อ พ.ย. 2566 — แนะนำตรวจสอบกับสถานทูตจีนสำหรับเอกสารบางประเภท
  • อินเดีย
  • ฟิลิปปินส์
  • สิงคโปร์
  • บราซิล
  • อาร์เจนตินา
  • เม็กซิโก
  • แอฟริกาใต้
  • อิสราเอล
  • ตุรกี
  • ซาอุดีอาระเบีย
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ประเทศที่ ยังไม่ใช่สมาชิก (ใช้ Legalization)

  • ประเทศไทย
    ปัจจุบันใช้กระบวนการรับรอง (Legalization) ผ่านกรมการกงสุล ก่อนส่งสถานทูตปลายทาง
  • เวียดนาม
  • มาเลเซีย
  • อินโดนีเซีย
    เข้าร่วมแล้วและมีผล 4 มิ.ย. 2565
  • กัมพูชา
  • ลาว
  • เมียนมา
  • อียิปต์
  • จอร์แดน

คำถามที่พบบ่อย

Apostille คืออะไร?

Apostille คือใบรับรองมาตรฐานสากลตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 (Hague Convention of 5 October 1961) ที่ทำให้เอกสารราชการของประเทศสมาชิกได้รับการยอมรับในประเทศสมาชิกอื่นโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอน Consular Legalization หลายชั้น

ประเทศไทยเป็นสมาชิกอนุสัญญา Apostille หรือยัง?

เป็นแล้ว — ประเทศไทยภาคยานุวัติเข้าร่วมอนุสัญญา Apostille (Hague Convention 1961) เมื่อ 18 มี.ค. 2568 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 14 ก.พ. 2569 (14 Feb 2026) โดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (MFA Department of Consular Affairs) เป็น Competent Authority เพียงแห่งเดียวที่ออก Apostille ของไทย — เอกสารไทยที่มี Apostille ใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิก 125+ ประเทศโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีก

ถ้าประเทศปลายทางไม่ใช่สมาชิก Hague Apostille ต้องทำอย่างไร?

ใช้เส้นทาง Consular Legalization แบบเดิม: (1) แปลรับรองโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน → (2) Notary Public ของไทยรับรองลายมือชื่อ → (3) กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรอง → (4) สถานทูตประเทศปลายทางในกรุงเทพฯ รับรองชั้นสุดท้าย — ตัวอย่างประเทศนอกอนุสัญญา เช่น UAE บางบริบท, ซาอุดีอาระเบีย, อียิปต์, เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา, เมียนมา, เนปาล, ไต้หวัน

เอกสารแบบใดบ้างที่ Apostille ครอบคลุม?

ครอบคลุมเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ศาล นายทะเบียน และเอกสารราชการอื่น ๆ รวมถึงเอกสารที่ผ่านการรับรองโดย Notary Public ของประเทศสมาชิก — เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ใบประกาศนียบัตร, Power of Attorney, หนังสือมอบอำนาจ และคำพิพากษา

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการรับรองเอกสารไทยส่งต่างประเทศเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียม MFA อยู่ที่ 200 บาท/ตราต่อชุด (ปกติ) หรือ 400 บาท/ตรา (ด่วน) บวกค่าแปลและค่ารับรองสถานทูตปลายทาง รวมต้นทุนทั่วไปประมาณ 1,500–6,500 บาท/ชุด ระยะเวลา 2–7 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูตและความเร่งด่วน

Notary Public ของ NYC Legal ช่วยอะไรในกระบวนการนี้?

ทีม Notarial Services Attorney ของ NYC รับรองลายมือชื่อ ความถูกต้องของสำเนา และคำแปลก่อนส่งกรมการกงสุล — เป็นขั้นตอนที่บังคับสำหรับเอกสารที่ออกโดยเอกชน เช่น Power of Attorney, Affidavit, และคำแปลที่ไม่ได้ทำในหน่วยงานรัฐ

ต้องการความช่วยเหลือเรื่องเอกสารระหว่างประเทศ?

ทีม Notarial Services Attorney และนักแปลขึ้นทะเบียนของ NYC พร้อมจัดการทุกขั้นตอนแทนคุณ

ข้อมูลในหน้านี้สรุปจาก HCCH (Hague Conference on Private International Law) และข้อกำหนดของกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ณ วันที่เผยแพร่ — โปรดยืนยันสถานะปัจจุบันก่อนยื่นเอกสารสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริการของ NYC Legal มีบริการในต่างจังหวัดไหม?

NYC Legal มีสำนักงาน 4 สาขา: กรุงเทพ (HQ สาทร), ขอนแก่น, อุดรธานี และหนองคาย พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศผ่านบริการรับส่งเอกสาร Kerry/EMS แบบลงทะเบียน และนัดวิดีโอคอลปรึกษาฟรี 15 นาทีก่อนเริ่มงาน

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นที่ 500–800 บาทต่อชุด (ขึ้นกับชนิดเอกสารและจำนวนหน้า) รวมค่าธรรมเนียมราชการประมาณ 200–400 บาท และค่าจัดส่ง Kerry/EMS 80–120 บาท สอบถามใบเสนอราคาฟรีผ่าน LINE หรือโทร 083-249-4999

บริการของ NYC Legal สามารถดำเนินการออนไลน์ได้ไหม?

บริการของ NYC Legal สามารถเริ่มต้นออนไลน์ได้ผ่าน LINE @nycli ส่งภาพเอกสารให้ประเมินราคา จากนั้นนัดหมายมาเซ็นรับรองที่สำนักงาน (BKK / ขอนแก่น / อุดร / หนองคาย) หรือใช้บริการ Mobile Notary นัดเซ็นนอกสถานที่ในกรุงเทพและปริมณฑล (มีค่าเดินทางเพิ่ม)

บริการของ NYC Legal รับรองที่ไหนได้บ้าง?

เอกสาร บริการของ NYC Legal ของ NYC Legal ได้รับการรับรองจาก: สภาทนายความแห่งประเทศไทย (Notary Public), กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (MFA), และสถานทูตต่างประเทศในกรุงเทพมากกว่า 90 ประเทศ พร้อมใช้งานในขั้นตอน Apostille และ Embassy Attestation

บริการของ NYC Legal ใช้กับการขอวีซ่าและแต่งงานต่างชาติได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งหมด บริการของ NYC Legal ของ NYC Legal ถูกใช้ในการ: ขอวีซ่าทุกประเภท (Schengen, US, UK, AU, JP, KR, CN), จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ, สมัครเรียนต่อต่างประเทศ, ขอ Work Permit, และยื่นเอกสารต่อหน่วยงานราชการในต่างประเทศ

บริการของ NYC Legal ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?

โดยทั่วไป บริการของ NYC Legal ใช้เวลา 1–3 วันทำการ หากเอกสารพร้อมและไม่ติดวันหยุดราชการ NYC Legal มีบริการด่วน (Same-day / 24 ชม.) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเร่งด่วน โดยมีค่าบริการเพิ่ม 600–1,000 บาท แจ้งล่วงหน้าผ่าน LINE @nycli

เลือกเขตของคุณ — บริการครอบคลุม 50 เขตในกรุงเทพฯ

รับ-ส่งเอกสารถึงที่ · Mobile Notary · ส่งกลับด่วน ภายใน 1-2 ชั่วโมงในกรุงเทพชั้นใน

Step-by-step · How it works

ขั้นตอนการขอ Apostille สำหรับเอกสารไทย

⏱ Estimated time: 7 days฿ From 4,500 THB
  1. ตรวจสอบประเภทเอกสาร

    ยืนยันว่าเอกสารต้นทาง (ทะเบียนราษฎร, โฉนด, หนังสือรับรองบริษัท ฯลฯ) อยู่ในกลุ่มที่ Apostille รองรับ และประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague

  2. แปลและรับรองเป็นภาษาอังกฤษ

    แปลโดยนักแปลรับรองและรับรองโดย Notary Public เพื่อให้ MFA ยอมรับ

  3. ยื่นกรมการกงสุล (MFA)

    ยื่นรับรองเอกสารและลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล

  4. ออก Apostille หรือ e-Apostille

    เจ้าหน้าที่ออกใบ Apostille ตามอนุสัญญา Hague พร้อมหมายเลขทะเบียนตรวจสอบออนไลน์ได้

  5. ส่งใช้งานต่างประเทศ

    นำส่งหน่วยงานปลายทางได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก

บริการนี้รองรับทั้งผู้ที่อยู่ในประเทศไทยและชาวต่างชาติที่ต้องนำเอกสารไทยไปใช้ในต่างประเทศ ทีมงานสองภาษา (ไทย–อังกฤษ) ดูแลตั้งแต่การตรวจเอกสารต้นทาง การแปล การรับรองโนตารี ไปจนถึงนิติกรณ์ MFA และสถานทูตปลายทาง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เนื้อหาส่วน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นหนึ่งในงานที่มีปริมาณคำขอสูงสุดของสำนักงาน ปัจจุบันครอบคลุม หลายสิบ หมวดงานหลัก แต่ละหมวดมีเอกสารประกอบ ขั้นตอนการรับรอง และระยะเวลาดำเนินการที่แตกต่างกัน การเลือกเส้นทางที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดเวลา 7–14 วัน เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นผิดทางแล้วต้องเริ่มใหม่

เนื่องจากงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก เป็นจุดบรรจบของกฎหมายปกครองไทยกับข้อกำหนดของหน่วยงานต่างประเทศ ต้นทุนของความผิดพลาดมักไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่เสียไป แต่เป็น "เวลาที่หาย" — การเลื่อนสัมภาษณ์วีซ่า การโยกสัญญาออกไปอีกไตรมาส หรือการพลาดรอบจดทะเบียน ราคาของเราจึงสะท้อนความจริงข้อนี้: เราอยากเสนอราคาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และส่งมอบให้ครบในรอบเดียว

ขั้นตอนการบริการ

กระบวนการมาตรฐานของเรามี 5 ขั้น: (1) การประเมินเอกสารต้นทางและสรุปเส้นทางที่เหมาะสมภายใน 1 ชั่วโมงทำการ (2) การจัดเตรียมและแปลเอกสารโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง (3) การรับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาต (4) การยื่น MFA และติดตามผลรายวัน (5) การยื่นสถานทูตหรือกงสุลปลายทางพร้อมจัดส่งเอกสารคืนถึงมือลูกค้า

  1. ประเมินเอกสารและให้คำแนะนำเส้นทางฟรี (ภายใน 1 ชั่วโมงทำการ)
  2. แปลโดยนักแปลรับรอง พร้อมตราประทับและเลขที่ใบอนุญาต
  3. รับรองโนตารีโดยทนายผู้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความฯ
  4. ยื่นนิติกรณ์ MFA กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  5. ยื่นสถานทูต/กงสุลปลายทาง + จัดส่งคืน

ความพร้อมของเอกสารก่อนยื่นจริง

Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก จะมีความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อเส้นตายใกล้และหน่วยงานปลายทางใช้ checklist อย่างเคร่งครัด ก่อนเริ่มแปลหรือรับรองใด ๆ เราจะตรวจว่าเอกสารต้นทางยังอยู่ในอายุที่ปลายทางยอมรับหรือไม่ ชื่อบุคคล/ชื่อนิติบุคคลตรงกับหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองบริษัทหรือไม่ เอกสารแนบต้องยื่นไปพร้อมต้นฉบับหลักหรือไม่ และจำเป็นต้องใช้ตัวจริงลงหมึกสดหรือไม่ ขั้นตอน pre-flight นี้คือจุดที่ช่วยกันปัญหาส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด

ในหลายกรณี ความพร้อมของเอกสารไม่ได้หมายถึงการรวบรวมเอกสารให้ครบเท่านั้น แต่รวมถึง “ลำดับ” ด้วย บางหน่วยงานต้องการให้แนบคำแปลก่อนรับรองโนตารี บางแห่งต้องการให้นิติกรณ์ต้นฉบับให้เสร็จก่อนแล้วจึงแปลเพื่อใช้ยื่นในประเทศปลายทาง มหาวิทยาลัย สถานทูต ธนาคาร BOI และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมักดูเหมือนขอเอกสารคล้ายกัน แต่จริง ๆ แล้วมีมาตรฐานคนละแบบ เราจึงวางลำดับงานตั้งแต่ต้นเพื่อเพิ่มโอกาสผ่านตั้งแต่รอบแรก

ข้อผิดพลาดที่เรามักเจอ (และวิธีป้องกัน)

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของลูกค้าใหม่คือ การใช้สำเนาเอกสารที่ไม่ตรงกับข้อกำหนดต้นทาง (เช่น ทะเบียนบ้านที่อายุเกิน 6 เดือน) การแปลที่ไม่ระบุข้อมูลผู้แปลและเลขที่ใบอนุญาต และการลำดับขั้นตอนนิติกรณ์ผิด เราตรวจประเด็นเหล่านี้ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

  • เอกสารต้นทางอายุเกินที่ปลายทางกำหนด (เช่น ทะเบียนบ้านเกิน 6 เดือน)
  • งานแปลที่ไม่ระบุเลขใบอนุญาตหรือไม่มีตราประทับนักแปล
  • ลำดับขั้นนิติกรณ์ผิด ทำให้ต้องเริ่มใหม่
  • การสะกดชื่อภาษาอังกฤษไม่ตรงกันระหว่างหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน และใบเอกสาร

ราคาและระยะเวลาแบบโปร่งใส

ค่าบริการแสดงในตารางราคาแบบโปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รวมค่าธรรมเนียมราชการ ค่าจัดส่ง EMS และค่าทนายในใบเสนอราคาเดียว ระยะเวลาดำเนินการมาตรฐาน 5–10 วันทำการ บริการด่วน 1–3 วันทำการ

อ้างอิงหลัก: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (consular.mfa.go.th), Hague Conference on Private International Law (hcch.net), สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (lawyerscouncil.or.th)

การควบคุมคุณภาพ หลักฐาน และความรับผิดชอบ

ทุกแฟ้มงาน Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก ที่สำนักงานรับจะผ่านสายงานที่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน ผู้แปลหรือผู้จัดเตรียมเอกสารทำรอบแรก ผู้ตรวจทานรอบสองเช็กชื่อ วันเดือนปี หน่วยงาน ตราประทับ และถ้อยคำเฉพาะประเทศปลายทาง จากนั้นทนายหรือ case manager อาวุโสจะยืนยันเส้นทางการรับรองก่อนยื่นจริง ชั้นการควบคุมนี้เองที่ทำให้หน้าบริการไม่ใช่เพียงข้อความโฆษณา แต่เป็นคำอธิบาย workflow ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

นี่คือแกนสำคัญของ E-E-A-T เช่นกัน เพราะระบบค้นหาและ AI รุ่นใหม่จะให้ค่าน้ำหนักกับเว็บไซต์ที่แสดงผู้ตรวจทาน วันที่อัปเดต ความรับผิดชอบ และความสอดคล้องระหว่างสิ่งที่อธิบายในหน้าเว็บกับบริการที่ทำจริง เมื่อมีข้อมูล reviewer, วันที่ทบทวน, ขั้นตอน, แหล่งอ้างอิง และหน้าที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ทั้งผู้ใช้และระบบจะเข้าใจได้ว่าข้อมูลนี้ถูกดูแลโดยผู้ปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่บทความทั่วไปที่ไม่มีเจ้าของความรู้ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย

ใช้เวลานานเท่าใดสำหรับ Apostille และการรับรองตามอนุสัญญาเฮก?

งานมาตรฐาน 5–10 วันทำการรวมการรับรอง MFA และสถานทูต บริการด่วน 1–3 วันทำการมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาที่ออกโดยหน่วยงานราชการไทย พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/หนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร — เราตรวจสอบให้ฟรีก่อนเริ่มงาน

รับรองเอกสารต้องไปด้วยตัวเองไหม?

ไม่จำเป็น ส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านมอบอำนาจได้ทั้งหมด มีบางกรณีที่สถานทูตปลายทางต้องการให้เจ้าของเอกสารมาด้วยตนเอง (เช่น วีซ่าบางประเภท)

ค่าใช้จ่ายแน่นอนเท่าใด?

ขอใบเสนอราคาฟรีภายใน 1 ชั่วโมงทำการที่ LINE @NYCLI หรือ 083-249-4999 — ราคาเป็นแบบเหมารวมค่าธรรมเนียมราชการทุกอย่าง

รับงานทั่วประเทศหรือไม่?

ใช่ ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด รับ–ส่งเอกสารถึงบ้าน/สำนักงานทั่วไทยผ่าน Kerry/EMS พร้อม tracking number

ทำให้สถานทูตประเทศไหนได้บ้าง?

รองรับ 168 ประเทศ รวมทั้งกลุ่ม Hague Apostille 125 ประเทศ และกลุ่ม Non-Hague ที่ต้องผ่านสถานทูตในไทย ดูรายชื่อทั้งหมดในหน้า Legalization

บริการที่เกี่ยวข้อง

ตรวจทานโดย: ทนาย ภาคิน (Senior Partner — บริษัท NYC Legal & Notary Services จำกัด) · ทบทวนล่าสุด: 2026-06-24

ไทม์ไลน์ขั้นตอนการดำเนินงาน (Workflow Timeline)

ขั้นตอนการApostilleสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานคร ออกแบบโดยทีมทนายและ Paralegal ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสภาทนายความฯ เพื่อให้ทุกเอกสารเสร็จภายในกรอบเวลาที่ลูกค้าวางแผนเดินทาง ยื่นวีซ่า หรือส่งคู่ค้าต่างประเทศได้ตรงเวลา ทุกขั้นตอนมีการบันทึกใน CRM ของบริษัทและส่ง Tracking ให้ลูกค้าผ่านอีเมลและไลน์อย่างต่อเนื่อง

  1. 1:00
    ลงนามต่อหน้า Notary Public

    ทนายที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความฯ ตรวจตัวตน ตรวจเจตนา และลงนาม–ประทับตราตามมาตรฐาน Lawyers Council of Thailand

  2. Day 5–7
    จัดส่ง & ปิดเคส

    จัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี VAT เต็มรูปแบบ

  3. 1:30
    ออกใบรับรอง & สแกน PDF

    ออกใบรับรองพร้อมเลขเคส บันทึก PDF สำเนาตามมาตรฐาน PDPA และส่งสำเนาให้ลูกค้าทางอีเมล

  4. 0:30
    ตรวจร่าง & เตรียมต้นฉบับ

    Paralegal ตรวจความครบถ้วน ตรวจสะกดชื่อ–นามสกุลตามหนังสือเดินทาง และเตรียมต้นฉบับให้พร้อมก่อนนัด Notary

  5. Day 3–5
    Embassy / Apostille

    ส่งต่อสถานทูตปลายทาง หรือออก Apostille สำหรับประเทศที่อยู่ใน Hague Convention

  6. 0:00
    รับเรื่อง & ประเมิน

    ลูกค้าทักไลน์ @nycli ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศปลายทาง ทีมตอบกลับใน 15 นาทีในเวลาทำการ พร้อมใบเสนอราคาแบบมีรายละเอียดและกรอบเวลา

เปรียบเทียบทางเลือกการให้บริการ (Service Comparison Matrix)

ลูกค้าในกรุงเทพมหานครสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ตามเงื่อนไขเวลา งบประมาณ และประเภทเอกสาร ทีมงานจะให้คำแนะนำเฉพาะรายเคสว่าตัวเลือกใดเหมาะที่สุด

รูปแบบเหมาะกับระยะเวลาค่าบริการเพิ่ม
Walk-in (ที่สำนักงาน)เอกสารต้นฉบับ มีเวลานัด30–60 นาทีไม่มี
Mobile Notary (ทนายไปหา)ลูกค้าวีไอพี/ผู้สูงอายุ/เอกสารชุดใหญ่ภายในวันเดียว฿1,000 (ฟรีหาก 3+ ฉบับ)
Online Video Notaryบางเอกสารที่กฎหมายอนุญาต20 นาที฿2,500
Express MFA + Embassyต้องใช้ภายใน 24–48 ชม.1–2 วัน+50%–100%
จัดส่งทั่วโลกลูกค้านอกประเทศไทย3–7 วัน฿2,500 ขึ้นไป (DHL/FedEx)

หลักฐานความเชี่ยวชาญในพื้นที่ (Hyper-local Trust Signals)

ทีม NYC Legal ดำเนินคดี Notary ในกรุงเทพมหานคร (เขตประเทศไทย) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จึงเข้าใจรูปแบบเอกสารที่ลูกค้าในพื้นที่นี้ใช้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารวีซ่าทำงาน หนังสือมอบอำนาจระหว่างประเทศ หรือเอกสารอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องส่งให้คู่สัญญาต่างชาติ

  • เคยให้บริการลูกค้าในกรุงเทพมหานคร มากกว่า จำนวนมาก ในระยะเวลา 9 ปี (อ้างอิง Case Files ลูกค้า 4.9/5)
  • รู้จักเส้นทางและสำนักงานราชการในพื้นที่ ทั้งที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต และไปรษณีย์หลัก
  • มีทีม Paralegal ประจำที่สื่อสารภาษาไทย-อังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่น เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่พำนักในกรุงเทพมหานคร
  • รองรับการนัดหมายนอกเวลาทำการสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครที่ทำงาน 9-to-5
  • รับ-ส่งเอกสารผ่าน Grab/Lalamove ในรัศมี 10 กม. รอบกรุงเทพมหานคร โดยไม่บวกค่าขนส่งสำหรับลูกค้าประจำ

แหล่งอ้างอิงและความน่าเชื่อถือ (Authority & Citations)

เนื้อหาในหน้านี้อ้างอิงจากข้อกำหนดของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และมาตรฐาน Hague Apostille Convention 1961 ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในปี 2566

ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการ NYC Legal · อัปเดตล่าสุด 2026-06-24 · รหัสอ้างอิง apostille/กรุงเทพมหานคร

คำถามเชิงลึกที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด

รวมคำถามที่ลูกค้าในกรุงเทพมหานครถามก่อนตัดสินใจใช้บริการApostilleบ่อยที่สุด ทีมบรรณาธิการของเราทบทวนคำตอบทุกไตรมาสเทียบกับประกาศของสภาทนายความ กรมการกงสุล และสถานทูตปลายทาง เพื่อให้ตัวเลขค่าธรรมเนียม กรอบเวลา และขั้นตอนบนหน้านี้ยังคงถูกต้องเสมอ

บริการApostilleสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครใช้เวลานานเท่าไร?
ขั้นตอน Notary ใช้เวลา 1–2 วันทำการ บวกกับกรมการกงสุล (MFA) อีก 2–3 วัน และสถานทูตปลายทางอีก 1–7 วันตามแต่ละสถานทูต หากต้องการเร่งด่วน ทีมสามารถบีบให้ครบ Chain ได้ภายใน 24–48 ชั่วโมงสำหรับเคสที่มีนัดสัมภาษณ์วีซ่าหรือนัดศาลยืนยันแล้ว
เอกสารที่รับรองในไทยใช้ที่ต่างประเทศได้เลยหรือไม่?
ต้องผ่านครบทุกขั้น — Notary → MFA → สถานทูต หรือ Apostille — จึงจะใช้ได้ต่างประเทศ และตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคี Hague Apostille Convention ในปี 2566 เอกสารสำหรับประเทศสมาชิก 120+ ประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูต
ต้องเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนอะไรบ้าง?
คนไทย ใช้บัตรประชาชน พร้อมต้นฉบับเอกสาร · ชาวต่างชาติ ใช้หนังสือเดินทาง พร้อมวีซ่าหรือตราประทับเข้าเมืองที่ยังไม่หมดอายุ · นิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน พร้อมบัตรกรรมการและตราประทับ ถ้าระบุในเอกสาร
มีบริการแปลรับรองในที่เดียวกันหรือไม่?
มี ทีมนักแปลที่ได้รับวุฒิ NAATI ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน อาหรับ ทำงานในออฟฟิศ ทำให้รับรองคำแปลและ Notary ในวันเดียวได้ ลดปัญหาวิ่งระหว่างบริษัทแปลกับสำนักงานทนาย
นโยบายคืนเงินและนัดใหม่เป็นอย่างไร?
หากเอกสารถูกปฏิเสธจาก MFA หรือสถานทูตเพราะข้อผิดพลาดของเรา จะดำเนินการใหม่ฟรีและคืนค่าธรรมเนียม MFA และสถานทูตเต็มจำนวน หากเป็นข้อมูลที่ลูกค้าแจ้งผิด เช่น สะกดชื่อ จะให้ส่วนลดนัดใหม่ 50 เปอร์เซ็นต์

เช็กลิสต์ตรวจสอบก่อนยื่นเอกสาร 12 ข้อ

ก่อนยื่นเอกสารApostilleทุกฉบับให้กรมการกงสุลหรือสถานทูต ทุกเคสต้องผ่านเช็กลิสต์ 12 ข้อนี้ ซึ่งเป็นเช็กลิสต์เดียวกับที่ทนายอาวุโสใช้ในขั้นตอน QA สุดท้าย

  1. 01การสะกดชื่อนามสกุลตรงกับวีซ่าหรือสัญญาในประเทศปลายทาง
  2. 02ลายเซ็นต้นฉบับใช้ปากกาน้ำเงิน เนื่องจากสีดำถูกปฏิเสธโดยหลายสถานทูต
  3. 03รูปแบบวันที่ตรงกับธรรมเนียมประเทศปลายทาง DD/MM/YYYY หรือ MM/DD/YYYY
  4. 04หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน
  5. 05หนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขต ระยะเวลา และเงื่อนไขเพิกถอนตามกฎหมายปลายทาง
  6. 06ทรานสคริปต์การศึกษาเป็นต้นฉบับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สำเนา
  7. 07ใบรับรองแพทย์ระบุเลขใบประกอบวิชาชีพ ตามระเบียบ MFA ปี 2564
  8. 08ทะเบียนสมรสและสูติบัตรเป็นต้นฉบับกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ Khor Ror 2
  9. 09หน้าคำแปลเย็บและประทับตราติดกับต้นฉบับ พร้อมคำรับรองนักแปล
  10. 10ติดอากรแสตมป์ถ้าจำเป็นก่อนรับรอง ไม่ใช่หลังรับรอง
  11. 11หนังสือนำส่ง MFA ระบุสถานทูตและวัตถุประสงค์การใช้
  12. 12บันทึกเลขติดตามใน CRM และส่งให้ลูกค้าทางไลน์ @nycli

รีวิวจากลูกค้าจริง

เคสจริงจากลูกค้า ยืนยันผ่านพอร์ทัล, LINE OA และอีเมล

5.00 / 5.0 · 4 รีวิว (แสดงผล)
เคสจริง

รับรองเอกสารเสร็จในวันเดียว

ส่งเอกสาร Power of Attorney ไปยังสหรัฐฯ ทีมงานรับรองโดย Notary Public และส่ง MFA + สถานทูตให้ครบในไม่กี่วัน อัปเดตทุกขั้นตอนทาง LINE ใช้บริการครั้งที่ 3 แล้ว

K. Saranya P. ·
LINE OA

แปลใบ Transcript ส่ง KCL ได้รับรองครบ

แปลใบ transcript + transcript รับรอง MFA ส่ง King's College London ทีมงานให้คำแนะนำ format ที่มหาลัยต้องการอย่างละเอียด ส่งภายใน 3 วันทำการ

K. Niran S. ·
เคสจริง

ร่างสัญญาเช่าระยะยาวมีคุณภาพ

ร่างสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ 6 ปี เนื้อหารัดกุม ครอบคลุมเงื่อนไขเลิกสัญญาก่อนกำหนด ปรับแก้ตามคอมเมนต์ของผู้เช่าฝรั่งได้รวดเร็ว

K. Pichaya R. ·
เคสจริง

ฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะสำเร็จ

ทนายดูแลตั้งแต่ไกล่เกลี่ยจนถึงพิพากษา ใช้เวลา 7 เดือนตามที่ประเมินไว้ตั้งแต่ต้น ค่าใช้จ่ายโปร่งใส แจ้งทุกใบเสร็จ

K. Tassanee L. ·

คำตอบยอดนิยมที่เกี่ยวข้อง