ทำไม POA สำหรับใช้ต่างประเทศต้องสองภาษา
MFA จะ Apostille เฉพาะเอกสารที่ Notary รับรองเป็นภาษาอังกฤษหรือไทย หากร่าง POA เป็นภาษาไทยอย่างเดียว ปลายทางต่างประเทศต้องแปลซ้ำที่นั่น ซึ่งเสียทั้งเวลาและต้องรับรองอีกชั้น
ป.พ.พ. มาตรา 798 กำหนดว่า ‘การมอบอำนาจที่ต้องทำเป็นหนังสือ ต้องเขียนชัดเจน’ — ในทางปฏิบัติของศาลต่างประเทศ ‘ชัดเจน’ = ภาษาที่ศาลปลายทางอ่านได้
โครงสร้าง POA 7 ส่วน (Template)
- 1. หัวเรื่อง — POWER OF ATTORNEY / หนังสือมอบอำนาจ + วันที่ทำ
- 2. ผู้มอบอำนาจ (Principal) — ชื่อ-สกุล, สัญชาติ, เลขพาสปอร์ต/บัตร, ที่อยู่
- 3. ผู้รับมอบอำนาจ (Attorney-in-Fact) — รายละเอียดเดียวกัน
- 4. ขอบเขตอำนาจ (Scope) — ระบุการกระทำเฉพาะ เช่น ‘ลงนามใน Sale & Purchase Agreement บ้านเลขที่ … เท่านั้น’
- 5. ระยะเวลามีผล (Effective Period) — Start/End Date + Auto-revoke clause
- 6. คำรับรอง (Acknowledgement) — ‘I acknowledge this POA is freely given …’
- 7. ลายมือชื่อ + พยาน 2 คน + Notary Block
Checklist ก่อนนัด Notary
- ตรวจสะกดชื่อ-สกุลภาษาอังกฤษให้ตรงพาสปอร์ตเป๊ะ — Notary จะไม่แก้ให้
- เตรียม Original Passport + สำเนา (Notary ต้องเห็นตัวจริง)
- ถ้ามอบเรื่องที่ดิน ต้องระบุเลขโฉนด/ที่ตั้ง — กรมที่ดินไม่รับ POA แบบ ‘กว้าง’
- ถ้ามอบเรื่องบัญชีธนาคาร ต้องระบุชื่อธนาคาร + เลขบัญชี — ธนาคารต่างประเทศบางที่ขอเลขสาขาด้วย
- พิมพ์ 2 ชุด — 1 ชุดให้ Notary เก็บใน register, 1 ชุดส่ง MFA
ขั้นตอน Notary + Apostille (หลัง 28 ก.พ. 2570)
เดิมต้องผ่าน 3 ชั้น: NSA → MFA Legalize → Embassy ปลายทาง ใช้เวลา 2–3 สัปดาห์ ค่าใช้จ่าย ฿5,000+ แต่ตั้งแต่ไทยเป็นภาคี Hague Apostille (มีผล 28 ก.พ. 2570) สำหรับชาติสมาชิก 130 ประเทศ ลดเหลือ 2 ชั้น: NSA → MFA Apostille
เวลารวมใหม่: 1–3 วันทำการ ค่าใช้จ่ายรวม ประเมินราคาฟรี (NSA ฿1,000 + MFA Apostille ฿800 + ส่งกลับ ฿200)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และวิธีแก้)
- ❌ Scope กว้างเกินไป (‘ทุกเรื่อง’) → ✅ แยก POA ต่อธุรกรรม
- ❌ ไม่มี end date → ✅ ใส่ ‘valid until [date] or until revoked in writing’
- ❌ ลืม initial ทุกหน้า → ✅ ทั้ง principal + พยาน initial ทุกหน้า
- ❌ ใช้ POA เก่าเกิน 6 เดือนกับธนาคาร → ✅ ขอ fresh POA ก่อนทุกครั้ง






