เอกสารอุตสาหกรรมเทคโนโลยี / SaaSที่ต้องส่งไป ประเทศไทย
เอกสารแกนหลักของ เทคโนโลยี / SaaS ที่บริษัทไทยส่งไป ประเทศไทย บ่อยที่สุด: หนังสือรับรองบริษัท (DBD) · หนังสือบริคณห์สนธิ · งบการเงินตรวจสอบ · ใบอนุญาตเฉพาะอุตสาหกรรม · สัญญา / MOU · Power of Attorney
Clauses ที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี / SaaSต้องระบุในเอกสาร: SLA 99.9% · Data processing addendum (PDPA/GDPR) · Subprocessor consent · Source code escrow · IP indemnity
คู่ค้าและผู้รับเอกสารปลายทางใน ประเทศไทย: Enterprise customer · Cloud (AWS/GCP) · Open-source contributor · VC investor · DGA — เราตรวจ Format ที่แต่ละหน่วยงานต้องการก่อนยื่น
Chain การรับรองที่ ประเทศไทย ใช้
ประเทศไทย ไม่ได้เป็นสมาชิก Hague Apostille (ใช้ Consular Legalization) — Chain ที่ถูกต้อง: 1) MFA Thailand → 2) สถานทูตประเทศไทย ในกรุงเทพ → 3) (บางครั้ง) หน่วยงานต้นทางในประเทศไทย
หมายเหตุพิเศษของ ประเทศไทย: ปัจจุบันใช้กระบวนการรับรอง (Legalization) ผ่านกรมการกงสุล ก่อนส่งสถานทูตปลายทาง
กฎระเบียบหลักของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี / SaaSที่อ้างอิงในเอกสาร: PDPA 2019 · Electronic Transactions Act · Computer Crime Act · BOI Software promotion
Pain Points ที่เจอบ่อยและวิธีที่เราจัดการ
Pain Points ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี / SaaS: Data residency · Open-source license · Source code escrow · Cross-border payments — ทำให้บริษัทต้องวิ่งรับรองเอกสารบ่อยและเร่งด่วน
วิธีของ NYC Legal: เตรียม Set Template ของแต่ละบริษัทไว้ล่วงหน้า → ทุกครั้งที่ต้องส่งเอกสารใหม่ ใช้เวลาเพียง 2–3 วันทำการแทนที่จะ 2–3 สัปดาห์
บริการเพิ่มเติม: แปลรับรองภาษาท้องถิ่นของ ประเทศไทย · ส่ง Courier ไปยังหน่วยงานปลายทางทั่วโลก · Online Tracking
คำถามที่พบบ่อย
ประเทศไทย ทำไมต้องผ่านสถานทูต?
เพราะ ประเทศไทย ไม่ได้เป็นสมาชิก Hague Apostille จึงต้องใช้ Consular Legalization (MFA → สถานทูต ประเทศไทย)
ใช้เวลานานเท่าไหร่?
7–14 วันทำการ ขึ้นกับคิวของสถานทูต ประเทศไทย
ค่าบริการเริ่มเท่าไหร่?
เริ่ม 6,500 บาท/ชุดเอกสาร — รวมค่าธรรมเนียม MFA, ค่าสถานทูต ประเทศไทย และค่าเดินทางของทีม
เอกสารบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง?
หนังสือรับรอง DBD ไม่เกิน 30 วัน · สำเนาบัตรกรรมการ · ตราประทับ · เอกสารเฉพาะอุตสาหกรรม (SLA 99.9%)







