ประเทศไทยยื่นภาคยานุวัติสารเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเฮก (Hague Apostille Convention) เมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ระหว่างนี้เอกสารยังต้องผ่านขั้นตอนรับรองกรมการกงสุลแล้วยื่นสถานทูตปลายทางตามเดิม เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว เอกสารที่ได้รับอะพอสทิลจากกรมการกงสุลจะใช้ในประเทศสมาชิกได้ทันที ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับประเทศที่ใช้ภาษาสวาฮีลีและไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญาเฮก เอกสารยังคงต้องผ่านขั้นตอน Embassy Legalization คือ รับรองโดยกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางในไทย ทีมประสานงานของ NYC ติดต่อสถานทูตกว่า 60 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นประจำ จึงทราบขั้นตอน เอกสารแนบ ค่าธรรมเนียม และคิวการยื่นในแต่ละแห่งอย่างละเอียด
ข้อแนะนำเฉพาะภาษาสวาฮีลี: เอกสารควรเป็นฉบับล่าสุดอายุไม่เกิน 6 เดือน หากเป็นเอกสารทางการศึกษาควรขอ Transcript ที่ปิดผนึกตรามหาวิทยาลัย และหากเป็นเอกสารบุคคลควรขอจากเขต/อำเภอที่ออกให้ในวันที่ใกล้กับวันยื่น
เราแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งว่าต้องการ Apostille หรือ Legalization แบบใด เพราะบางหน่วยงาน เช่น USCIS หรือ Schengen Visa Office อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การแปลโดย Sworn Translator ในประเทศปลายทาง หรือต้องการใบรับรองในรูปแบบเฉพาะ ทีมที่ปรึกษาของ NYC ยินดีช่วยตรวจสอบให้ฟรีก่อนเริ่มงาน