ภาพรวม 4 เฟส ของการจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
การจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศของคนไทย ไม่ใช่แค่ ‘ไปจดที่นู่น’ — มี 4 เฟสที่ต้องวางแผนล่วงหน้า มิฉะนั้นจะถูกปฏิเสธที่ town hall หรือกลับไทยไม่สามารถบันทึกได้
- เฟส 1: เตรียมเอกสารฝั่งไทย (ใบรับรองโสด, สูติบัตร, บัตร, ทะเบียนบ้าน)
- เฟส 2: รับรอง MFA + Apostille + แปล (NAATI/sworn) ตามที่ประเทศปลายทางขอ
- เฟส 3: จดทะเบียนที่ประเทศปลายทาง (town hall, registrar, courthouse)
- เฟส 4: นำเอกสารกลับมาบันทึกที่อำเภอไทย (คร.22) — ทำให้สมรสมีผลในไทยด้วย
เฟส 1: เอกสารต้องเตรียมจากไทย
สำคัญ: ใบรับรองโสดต้องระบุชื่อ-สกุล ‘ตรง’ กับพาสปอร์ตเป๊ะ ถ้าสะกดต่างต้องขอใบรับรองชื่อพ้อง (Same Name Certificate) เพิ่ม
- ใบรับรองสถานภาพการสมรส (โสด/หย่า/หม้าย) — ขอที่สำนักงานเขต (กทม.) หรือที่ว่าการอำเภอ (ตจว.) ค่าธรรมเนียม ฿20 ออกภายใน 1–3 วัน
- สูติบัตร (ทร.1 หรือ ทร.19) — คัดใหม่ที่อำเภอที่เกิด ค่าธรรมเนียม ฿20
- บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้าน (ฉบับคัดล่าสุด ≤ 6 เดือน)
- หนังสือเดินทาง (อายุเหลือ ≥ 6 เดือน)
- ถ้าเคยสมรส: ทะเบียนสมรส คร.3 + ทะเบียนหย่า คร.6 + คำพิพากษาหย่า (ถ้าหย่าทางศาล)
- ถ้าหม้าย: ใบมรณบัตรคู่สมรสเดิม + ทะเบียนสมรสเดิม
- ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อ: ใบเปลี่ยนชื่อ ช.3/ช.5 ทุกใบ
เฟส 2: รับรอง MFA + Apostille + แปล
ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 ประเทศไทยเข้าร่วม Hague Apostille — เอกสารที่ส่งไปประเทศสมาชิก (USA, UK, EU 27, AU, NZ, JP, KR, ฯลฯ) ใช้ Apostille จาก MFA ใบเดียวพอ ไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก
สำหรับประเทศที่ ‘ไม่ใช่’ สมาชิก Hague (UAE, ซาอุ, อียิปต์, จีน*) ยังต้องทำ consular legalization แบบเดิม (MFA → สถานทูตปลายทางในไทย)
- Step 1: แปลภาษาอังกฤษ (หรือภาษาปลายทาง) โดยนักแปลที่ MFA ยอมรับ — NYC ใช้ทีม sworn translator + NAATI
- Step 2: รับรอง MFA (กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ) — Apostille (สำหรับประเทศสมาชิก) หรือ Authentication (สำหรับ non-Hague)
- Step 3 (เฉพาะ non-Hague): นำไปรับรองที่สถานทูตประเทศปลายทางในไทย
- Step 4 (บางประเทศ): แปลภาษาท้องถิ่นเพิ่ม เช่น เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิตาเลียน — โดย sworn translator ในประเทศนั้น (ส่งไปแปลปลายทาง)
เฟส 3: จดทะเบียนที่ประเทศปลายทาง — เคสยอดนิยม
- ออสเตรเลีย: ยื่น NOIM (Notice of Intended Marriage) ที่ Registry of Births, Deaths and Marriages อย่างน้อย 1 เดือนล่วงหน้า — ใช้ NAATI translation ของใบรับรองโสด + พิธีต่อหน้า Authorised Celebrant
- UK: ยื่น Notice of Marriage ที่ Register Office พร้อม ‘Certificate of No Impediment’ (CNI) — รอ 28 วัน ก่อนจด ค่าธรรมเนียม £35/คน + £46 จดทะเบียน
- USA: แต่ละรัฐต่างกัน — California, New York, Nevada ขอแค่ ID + Single Status + ไปที่ City Clerk ค่าธรรมเนียม $35–$120 จดได้ภายในวันเดียว
- เยอรมนี: Standesamt ต้องการ ‘Ehefähigkeitszeugnis’ — ใบรับรองโสดที่ยื่นผ่าน Oberlandesgericht (OLG) ใช้เวลา 6–10 สัปดาห์
- ฝรั่งเศส: ต้องประกาศ ‘Publication des bans’ 10 วัน ที่ Mairie + Single Status Apostille
- ญี่ปุ่น: ยื่น 婚姻届 ที่ Ward Office — Single Status ต้องรับรองที่สถานทูตไทยในโตเกียวก่อน
- เกาหลีใต้: ยื่น 혼인신고 ที่ Gu Office — ต้อง Apostille + แปลเกาหลี
เฟส 4: บันทึกที่อำเภอไทย (คร.22) — ขั้นตอนที่หลายคนลืม
การจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ทำให้สมรสมีผลตามกฎหมายของประเทศนั้น — แต่ ‘ยังไม่มีผล’ ในไทย จนกว่าจะนำมาบันทึกที่อำเภอด้วยแบบ คร.22 (บันทึกฐานะแห่งครอบครัว)
ผลที่ตามมาถ้าไม่บันทึก: ไม่สามารถเปลี่ยนนามสกุลในบัตรประชาชน, ไม่สามารถจดทะเบียนรับมรดก, ลูกที่เกิดในต่างประเทศจดสัญชาติไทยไม่ได้แบบ ‘บุตรชอบด้วยกฎหมาย’
- ทะเบียนสมรสต่างประเทศตัวจริง + Apostille (จากประเทศที่ออก) + แปลไทยโดยนักแปลที่ MFA ยอมรับ + รับรอง MFA ไทย
- นำเอกสารทั้งหมดไปที่อำเภอ/สำนักงานเขต ที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ขอบันทึก คร.22 ค่าธรรมเนียม ฿20
- ระยะเวลา: 1 วันทำการ (ถ้าเอกสารครบ) — บางอำเภอใหญ่อาจส่งกลับจังหวัดตรวจสอบ 7–14 วัน
- หลังบันทึก: ขอ ‘หนังสือรับรองการสมรสในต่างประเทศ’ (คร.22) ไว้เป็นหลักฐาน + เปลี่ยนนามสกุลในบัตรประชาชนได้เลย
Timeline ตัวอย่าง — แต่งงานที่ออสเตรเลีย
- T-60 วัน: ขอใบรับรองโสดที่เขต + คัดสูติบัตรใหม่
- T-50 วัน: ส่งเอกสารให้ NYC แปล NAATI + ทำ MFA Apostille
- T-40 วัน: ส่ง stamped PDF + ตัวจริง EMS ไปออสเตรเลีย
- T-30 วัน: ยื่น NOIM ที่ Australian Registry
- T-0: จดทะเบียน + รับ Marriage Certificate
- T+7 วัน: ขอ Apostille ทะเบียนสมรสจาก DFAT ออสเตรเลีย
- T+14 วัน: กลับไทย ส่งให้ NYC แปลไทย + MFA
- T+21 วัน: ไปอำเภอบันทึก คร.22 — เสร็จสมบูรณ์






