ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงเลือก วีซ่านักลงทุน Non-IM
ชาวญี่ปุ่นเป็นกลุ่มผู้ลงทุนอันดับต้นของไทย โดยรูปแบบการลงทุนหลักคือ Long-stay condos (Sukhumvit, Sriracha) + factory land via BOI. วีซ่านักลงทุน Non-IM (Investor Visa Non-IM) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เพราะ อยู่ 1 ปี ต่อได้, ไม่ต้องทำงาน, ครอบครัวขอ Non-O ได้ — อยู่ในไทยได้ 1 ปี โดยค่าธรรมเนียมราชการเป็นไปตามอัตราที่หน่วยงานประกาศ ณ วันยื่น พิเศษ: JTEPA (2007) — preferential market access; BOI auto-recognition for Japanese SMEs — เอื้อประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับชาวญี่ปุ่น
คุณสมบัติผู้ยื่น (Investor Visa Non-IM)
• ลงทุน ≥ 10M THB ในพันธบัตร/กองทุน/อสังหาฯ • หลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ สำหรับชาวญี่ปุ่นที่ยังไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติของตนตรงกับวีซ่านักลงทุน Non-IMหรือไม่ NYC Legal มีบริการ pre-check ฟรีผ่าน LINE @NYCLegal โดยส่งเอกสารเบื้องต้น (พาสปอร์ต, statement, ใบรับรองรายได้) ให้ทีมประเมินก่อนตัดสินใจใช้บริการ
สิทธิประโยชน์เมื่อได้รับ วีซ่านักลงทุน Non-IM
• อยู่ 1 ปี ต่อได้ • ไม่ต้องทำงาน • ครอบครัวขอ Non-O ได้ นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นที่ถือวีซ่านักลงทุน Non-IMยังสามารถจดทะเบียนบริษัท BOI ได้เร็วขึ้น รับสิทธิภาษีนิติบุคคล 0-8 ปีตาม promoted activity และนำเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษี. ชาวญี่ปุ่นนิยมพักอาศัยในพื้นที่: Bangkok (Asoke/Phrom Phong/Thonglor), Sriracha (Chonburi), Ayutthaya (industrial), Chiang Mai, Hua Hin
เอกสารที่ต้องเตรียม (Checklist สำหรับชาวญี่ปุ่น)
1) พาสปอร์ต ญี่ปุ่น อายุคงเหลือ ≥18 เดือน + สำเนาทุกหน้าที่มีตราประทับ 2) รูปถ่ายพื้นหลังขาว 4×6 ซม. 4 ใบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) 3) หลักฐานทางการเงิน: statement ธนาคารย้อนหลัง 6-12 เดือน แสดงยอดขั้นต่ำ USD 25,000+ (ต้องมี Apostille/Legalization) 4) ใบรับรองประวัติอาชญากรรมจากประเทศ ญี่ปุ่น (Police Clearance) อายุ ≤3 เดือน 5) ใบตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลไทย ระบุปลอด TB, Syphilis, Leprosy, Elephantiasis, Substance Abuse 6) ประกันสุขภาพครอบคลุมไทย ≥ USD 100,000/ปี (สำหรับวีซ่าประเภท O-A ต้องมี IPD ≥ 400,000 บาท, OPD ≥ 40,000 บาท) 7) หนังสือรับรองการทำงาน/บริษัท (ถ้ามี) แปลอังกฤษ+รับรองสถานทูตไทยประจำ ญี่ปุ่น 8) สำหรับวีซ่านักลงทุน Non-IM: ลงทุน ≥ 10M THB ในพันธบัตร/กองทุน/อสังหาฯ
การโอนเงินและธนาคาร (Currency & Banking Notes)
JPY → THB direct quote at Mizuho/MUFG Bangkok branches; same-day settlement; remittance treaty with NTA สำหรับการยื่นวีซ่านักลงทุน Non-IM เอกสารทางการเงินจำเป็นต้องมี FET Form (Foreign Exchange Transaction) จากธนาคารไทยผู้รับโอน ซึ่ง NYC Legal สามารถประสานกับ Bangkok Bank, SCB, KBank, Krungthai, และ HSBC Thailand เพื่อออก FET ให้ ชาวญี่ปุ่น ในวันเดียวโดยไม่ต้องเดินทางเอง หากยอดโอน >USD 50,000 ต้องแนบใบแสดงที่มาของเงิน (Source of Funds) เพิ่มเติมตามเกณฑ์ AML ของ ปปง.
ขั้นตอนและระยะเวลารวม (End-to-End Timeline)
รวมทั้งหมด 30–60 วันทำการเฉพาะขั้นตอนราชการไทย (ตม.) หากรวมการรวบรวม+แปล+รับรองเอกสารจากประเทศ ญี่ปุ่น จะใช้เวลาประมาณ 4–8 สัปดาห์ ทั้งนี้ NYC Legal สามารถเร่งด่วนได้ (Express Track) โดยลดเวลาลงเหลือ 2–3 สัปดาห์ ด้วยค่าบริการเพิ่ม 30–50% และการยื่นแบบ Fast-Lane ที่ ตม.
เปรียบเทียบกับวีซ่าทางเลือกอื่นสำหรับชาวญี่ปุ่น
ชาวญี่ปุ่นยังสามารถพิจารณา: • LTR-Work • Investment (B) • Retirement (O-A) แต่ วีซ่านักลงทุน Non-IM เหมาะที่สุดสำหรับนักลงทุน/ผู้บริหารที่ต้องการสิทธิภาษี เพราะ อยู่ 1 ปี ต่อได้
การเปลี่ยนผ่าน Apostille (28 กุมภาพันธ์ 2570) สำหรับเอกสาร ญี่ปุ่น
28 กุมภาพันธ์ 2570 ประเทศไทยจะรับ Apostille แทนการรับรองสถานทูตแบบเดิม สำหรับเอกสารจาก ญี่ปุ่น ที่นำเข้าไทยเพื่อยื่นวีซ่านักลงทุน Non-IM: ญี่ปุ่นเป็นภาคี Hague อยู่แล้ว จึงสามารถใช้ Apostille จาก ญี่ปุ่น มายื่นในไทยได้ทันทีตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 ประหยัดเวลาสถานทูต 5–15 วันทำการ และตัดขั้นตอนรับรองที่สถานทูตออกไป
บริการ NYC Legal สำหรับกลุ่มนี้
• ปรึกษาเบื้องต้นฟรี — LINE @NYCLegal ตอบภายใน 30 นาที (จันทร์–เสาร์ 9:00–20:00) • ทีมนักแปล Japanese → ไทย/อังกฤษ ประจำ พร้อมใบรับรองคุณวุฒิ • ทนายผู้เซ็นรับรองมีใบอนุญาต Notarial Services Attorney จากสภาทนายความ • ตัวแทนยื่นเอกสารที่ ตม. โดยไม่ต้องเดินทางเอง • ตรวจสอบสถานะทุก 3 วันทำการ พร้อมรายงานความคืบหน้าทาง email • รับประกันคืนเงินหากถูกปฏิเสธเพราะข้อผิดพลาดในเอกสารของเรา • ราคาชัดเจนล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง






