ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
🇸🇪 สำหรับชาวสวีเดน

ร่างพินัยกรรม
สำหรับชาวสวีเดน

เราออกพินัยกรรมคู่ภาษา (Swedish/ไทย) พร้อมโครงสร้างที่ตรงกับ กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เริ่ม 6,500 บาท เสร็จใน 3–5 วัน

ทำไมชาวสวีเดนควรร่างพินัยกรรมกับเรา

ข้อสัญญาสำคัญของสวีเดนเช่น Governing Law, Arbitration seat, FX clause เราระบุให้ตรงกับ กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเสี่ยงด้านบังคับใช้

วีซ่าหลักของชาวสวีเดนในไทย (Retirement (O-A), Marriage (O)) ต้องใช้เอกสารรับรองมาก — เราจัด chain ทั้งแปล + Notary + กงสุล + สถานทูต ในที่เดียว

รูปแบบและภาษาของพินัยกรรม

ออกเป็น 2 ภาษา (Swedish/ไทย) แบบ side-by-side หรือคนละฉบับ ตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด ค่าบริการเริ่ม 6,500 บาท

ออกเป็น 2 ภาษา (Swedish/ไทย) แบบ side-by-side หรือคนละฉบับ ตามที่หน่วยงานปลายทางกำหนด ค่าบริการเริ่ม 6,500 บาท

ขั้นตอนการสั่งงานและส่งมอบ

ลูกค้าชาวสวีเดนส่วนใหญ่นิยมพื้นที่ Hua Hin, Phuket, Krabi — เรามีทีมรับ-ส่งเอกสารถึงที่ในกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยวหลัก

ลูกค้าชาวสวีเดนส่วนใหญ่นิยมพื้นที่ Hua Hin, Phuket, Krabi — เรามีทีมรับ-ส่งเอกสารถึงที่ในกรุงเทพและเมืองท่องเที่ยวหลัก

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

ออกใบเสนอราคา Fixed-fee เสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รับชำระเป็น THB / USD / EUR / คริปโตหลัก

ออกใบเสนอราคา Fixed-fee เสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รับชำระเป็น THB / USD / EUR / คริปโตหลัก

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือเดินทางสวีเดน อายุเหลือ ≥ 6 เดือน
  • ที่อยู่ตามทะเบียนในสวีเดน (สำหรับใช้ในเอกสาร)
  • ข้อมูลคู่สัญญา/ผู้รับมอบ พร้อมสำเนาบัตร
  • รายละเอียดธุรกรรม (มูลค่า SEK → THB via SEB/Swedbank; Sweden-Thailand 1988 DTT in force; pension portable, ระยะเวลา, เงื่อนไข)
  • กรณีใช้งาน: Expat will
  • กรณีใช้งาน: Cross-border estate
  • วีซ่า/สถานะ Retirement (O-A) ที่ยึดถือในไทย (ถ้ามี)

คำถามที่พบบ่อย

ร่างพินัยกรรมเป็นภาษาSwedishทำได้ไหม?

ได้ — ทีมเราออกเป็น bilingual (Swedish/ไทย) และผ่านการตรวจโดย Native ก่อนส่งมอบทุกฉบับ

ใช้ในสวีเดนต้องทำอะไรเพิ่ม?

ขึ้นกับว่าสวีเดนเป็นภาคี Apostille หรือไม่ — เราเช็คให้ก่อน หากไม่ใช่จะทำ Legalization ทั้งสองฝั่ง

ค่าใช้จ่ายรวมประมาณเท่าไร?

เริ่ม 6,500 บาทสำหรับร่าง + Notary + รับรองกงสุล รวมประมาณ 5,000-15,000 บาท ขึ้นกับจำนวนหน้า

ใช้เวลานานแค่ไหน?

ร่าง 3–5 วัน + Notary 1 วัน + กงสุล 2-3 วัน รวมประมาณ 5-7 วันทำการ

ชาวสวีเดนที่ไม่อยู่ในไทยจ้างได้ไหม?

ได้ — ใช้ POA หรือลายเซ็นดิจิทัล + Notary ที่สวีเดนแล้วส่ง courier มาให้เราดำเนินการต่อ

พินัยกรรมสำหรับสัญชาติอื่น

เอกสารอื่นสำหรับชาวสวีเดน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริการของ NYC Legal มีบริการในต่างจังหวัดไหม?

NYC Legal มีสำนักงาน 4 สาขา: กรุงเทพ (HQ สาทร), ขอนแก่น, อุดรธานี และหนองคาย พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศผ่านบริการรับส่งเอกสาร Kerry/EMS แบบลงทะเบียน และนัดวิดีโอคอลปรึกษาฟรี 15 นาทีก่อนเริ่มงาน

บริการของ NYC Legal สามารถดำเนินการออนไลน์ได้ไหม?

บริการของ NYC Legal สามารถเริ่มต้นออนไลน์ได้ผ่าน LINE @nycli ส่งภาพเอกสารให้ประเมินราคา จากนั้นนัดหมายมาเซ็นรับรองที่สำนักงาน (BKK / ขอนแก่น / อุดร / หนองคาย) หรือใช้บริการ Mobile Notary นัดเซ็นนอกสถานที่ในกรุงเทพและปริมณฑล (มีค่าเดินทางเพิ่ม)

บริการของ NYC Legal ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

สำหรับ บริการของ NYC Legal ต้องเตรียม: (1) บัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริง (2) เอกสารต้นฉบับที่ต้องดำเนินการ (3) สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีคนไทย) (4) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน) NYC Legal มี Checklist ส่งให้ทาง LINE ก่อนนัดหมาย

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นที่ 500–800 บาทต่อชุด (ขึ้นกับชนิดเอกสารและจำนวนหน้า) รวมค่าธรรมเนียมราชการประมาณ 200–400 บาท และค่าจัดส่ง Kerry/EMS 80–120 บาท สอบถามใบเสนอราคาฟรีผ่าน LINE หรือโทร 083-249-4999

หากเอกสาร บริการของ NYC Legal ถูกปฏิเสธจะทำอย่างไร?

NYC Legal รับประกันการแก้ไขเอกสาร บริการของ NYC Legal ฟรี หากถูกปฏิเสธจากหน่วยงานราชการหรือสถานทูตเนื่องจากความผิดพลาดของเรา รวมถึงดำเนินการใหม่จนกว่าจะผ่าน (ภายใน 30 วัน) เรามีอัตราผ่านในระดับ high-90s (อิงสถิติภายใน NYC Legal 2024–2025) และมี Case Manager ติดตามทุกขั้นตอน

บริการของ NYC Legal ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?

โดยทั่วไป บริการของ NYC Legal ใช้เวลา 1–3 วันทำการ หากเอกสารพร้อมและไม่ติดวันหยุดราชการ NYC Legal มีบริการด่วน (Same-day / 24 ชม.) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเร่งด่วน โดยมีค่าบริการเพิ่ม 600–1,000 บาท แจ้งล่วงหน้าผ่าน LINE @nycli

รายละเอียดเชิงลึก

ภาพรวมเจาะลึก

บริการ "ร่างเอกสาร will testament" เป็นหนึ่งในงานที่ NYC Legal & Notary Services ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 400 เคสต่อเดือน ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและองค์กร โดยเฉพาะลูกค้าในกรุงเทพมหานคร ที่มีความเชื่อมโยงกับse ทีมงานประกอบด้วยทนายที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นักแปลรับรอง (บางส่วน NAATI-certified) และ Paralegal ที่ผ่านการฝึกอบรมด้านเอกสารระหว่างประเทศ ทั้งนี้ทุกเคสจะได้รับผู้ประสานงานเฉพาะ (Dedicated Case Owner) ที่ติดตามงานตั้งแต่วันแรกจนถึงส่งมอบเอกสาร

การเตรียมเอกสารในกลุ่มนี้ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งกฎหมายไทย กฎหมายของประเทศปลายทาง ระเบียบของสภาทนายความฯ ข้อกำหนดของสถานทูต และไทม์ไลน์ที่ลูกค้าตั้งไว้ ทีมงานใช้เช็คลิสต์ที่พัฒนาต่อเนื่องกว่า 9 ปีเพื่อลดโอกาสถูกปฏิเสธและลดจำนวนรอบการยื่นเอกสาร ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกแยกเป็น 4 ก้อนหลัก (ค่าบริการของ NYC Legal, ค่าธรรมเนียมรัฐ, ค่าเดินเอกสาร, ค่าแปลรับรอง) และแจ้งให้ลูกค้าอนุมัติก่อนเริ่มดำเนินการเสมอ เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนงบประมาณและตัดสินใจได้ดีที่สุด

กรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

การให้บริการภายใต้หัวข้อนี้อ้างอิงกรอบกฎหมายหลัก 5 ฉบับ: (1) พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ที่กำหนดสถานะและอำนาจของทนายที่ได้รับใบอนุญาต Notarial Services Attorney (2) ระเบียบสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ว่าด้วยการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (3) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ที่กำหนดให้ต้องมีมาตรการเก็บรักษาข้อมูลลูกค้าอย่างปลอดภัย (4) พระราชบัญญัติการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ ฉบับปี 2568 ที่ออกมารองรับการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille และ (5) กฎกระทรวงว่าด้วยการปฏิบัติงานของกรมการกงสุลในการรับรองเอกสาร

นอกจากนี้ในระดับสากล เอกสารระหว่างประเทศต้องปฏิบัติตามอนุสัญญา Hague Apostille 1961 ที่ไทยเข้าเป็นภาคีมีผลบังคับใช้ 14 กุมภาพันธ์ 2569 อนุสัญญา Hague Service Convention 1965 (สำหรับการส่งเอกสารทางกฎหมายข้ามพรมแดน) และ Hague Evidence Convention 1970 (สำหรับการเก็บพยานหลักฐาน) ทีมงานติดตามการเปลี่ยนแปลงและประกาศทางการของ HCCH เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลากับข้อกำหนดที่ล้าสมัย

ตารางค่าใช้จ่ายและระยะเวลา

รายการค่าใช้จ่ายระยะเวลาหมายเหตุ
ค่าร่างเอกสารมาตรฐาน฿6,000 – ฿15,0003–5 business daysรวมแก้ 2 รอบ
แปล 2 ภาษา (TH/EN + ภาษาคู่ค้า)฿1,200 / page1–2 business daysNAATI/สภาทนายรับรอง
Notary Public + Legalisation฿3,500 – ฿8,0002–5 business daysตามประเทศคู่สัญญา
Escrow / e-signature setup฿4,5001 business dayDocuSign / eSignlive
ปรึกษาข้อกฎหมายเฉพาะประเทศ฿3,000 / hr-ทนายในเครือข่าย

ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณ กรุณาขอ Proposal เฉพาะเคสเพื่อรับตัวเลขที่แม่นยำ VAT 7% ไม่รวมในตาราง

ความเสี่ยงที่ถูกปฏิเสธและวิธีป้องกัน

เหตุที่หน่วยงานราชการและสถานทูตปฏิเสธเอกสารมีรูปแบบซ้ำๆ ทีมงานเก็บสถิติมาตลอด 9 ปีและออกแบบมาตรการป้องกันดังนี้:

  • สะกดชื่อ–นามสกุลไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง
    Paralegal ตรวจ 3 ตา (Triple-check) กับหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้านก่อนพิมพ์คำแปล
  • วันที่บนเอกสารเก่ากว่าอายุที่หน่วยงานปลายทางกำหนด (มักเกิน 3 หรือ 6 เดือน)
    ทีมตรวจอายุเอกสารทุกฉบับก่อนยื่น และประสานลูกค้าขอเอกสารใหม่ทันทีเมื่อเกินกรอบเวลา
  • ลายเซ็นบนต้นฉบับไม่ใช่ลายเซ็นเปียก (Wet signature)
    จัดตารางให้ลูกค้าลงนามต่อหน้า Notary ที่สำนักงาน หรือส่งทนายไปพบลูกค้าถึงบ้าน/ออฟฟิศ
  • ตราประทับของหน่วยงานราชการไทยไม่ชัดเจน
    ขอเอกสารต้นฉบับใหม่จากหน่วยงานผู้ออก และแจ้งให้ปั๊มตราซ้ำก่อนนำไป MFA
  • แปลข้ามคำสำคัญ เช่น ยศ ตำแหน่ง คำนำหน้าชื่อ
    ใช้ Terminology Glossary ที่ทีมบำรุงรักษาไว้ 12,000+ คำ และตรวจโดยหัวหน้าทีมแปลก่อนออกใบรับรอง
  • เจ้าหน้าที่สถานทูตขอเอกสารแนบเพิ่ม (Supporting document) ที่ลูกค้าไม่ได้เตรียมมา
    NYC Legal เก็บ 'Embassy Playbook' รายประเทศ + doc-type เพื่อบอกลูกค้าล่วงหน้าให้ครบตั้งแต่รอบแรก
  • การแปลใช้ระบบทับศัพท์ (Transliteration) ที่ไม่ตรงกับที่ปรากฏในทะเบียนสถานทูต
    ยึดตามระบบราชบัณฑิตยสถานสำหรับเอกสารไทย และตรงกับหนังสือเดินทางสำหรับชื่อบุคคล

ตัวอย่างเคสจริงที่ทีม NYC Legal เคยดูแล

เคสที่ 1 — วีซ่าแต่งงานที่ต้องเร่งภายใน 5 วัน

ลูกค้าจองตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้าและได้รับแจ้งเอกสารขาดกะทันหัน ทีม NYC Legal เปิดคิว Express: วันแรกยืน MFA ด่วน วันที่สองส่งสถานทูต วันที่สามรอผล วันที่สี่รับเอกสารกลับ วันที่ห้าจัดส่งถึงมือลูกค้าก่อนบิน 8 ชั่วโมง ทั้งหมดโดยไม่มีค่าปรับเกินกำหนดจากหน่วยงาน

เคสที่ 2 — เอกสารบริษัทข้ามชาติ 47 ฉบับ

บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติสิงคโปร์ต้องยื่นเอกสารบริษัท 47 ฉบับให้กระทรวงพาณิชย์ในเวลา 10 วันทำการ ทีมงานตั้ง War Room จัดคิวรับ–ส่ง 3 รอบต่อวัน สแกน–ตั้งชื่อไฟล์ตามระบบ ISO ทำให้ปิดเคสได้ในวันที่ 9 ด้วยอัตราการถูกตีกลับ 0 ฉบับ

เคสที่ 3 — Apostille ล่วงหน้าก่อนไทยเข้าเป็นภาคี

หลังไทยประกาศเข้าเป็นภาคี Hague Apostille ตั้งแต่ 14 ก.พ. 2569 ทีมงานประเมินกับลูกค้าว่าเอกสารใดควรรอ Apostille (ค่าธรรมเนียมต่ำและเร็วกว่า) และเอกสารใดควรใช้ Legalisation แบบเดิมทันที ทำให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 42% ต่อเคส

คำถามพบบ่อยเพิ่มเติม

ร่างเอกสาร will testament ต้องใช้เอกสารต้นฉบับหรือสำเนาก็ได้?
หน่วยงานปลายทางส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้ต้นฉบับพร้อมสำเนาที่รับรอง 1 ชุด กรณีต้นฉบับสูญหาย NYC Legal จะช่วยขอสำเนาที่ออกใหม่จากหน่วยงานผู้ออก (สำนักทะเบียนอำเภอ กรมการปกครอง สำนักงานเขต) ภายใน 3–5 วันทำการ
หลัง 14 ก.พ. 2569 ร่างเอกสาร will testament ยังต้องผ่านสถานทูตอยู่ไหม?
หากประเทศปลายทางเป็นสมาชิกอนุสัญญา Hague Apostille (มีมากกว่า 126 ประเทศ) จะใช้ Apostille แทนได้และไม่ต้องผ่านสถานทูตอีก แต่บางประเทศคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของไทย เช่น เยอรมนี ต้องติดตามประกาศทางการต่ออีกครั้ง ทีมงานจะแจ้งลูกค้าเป็นรายเคส
NYC Legal รับประกันผลของ ร่างเอกสาร will testament หรือไม่?
เรารับประกันว่าเอกสารที่ออกโดยทีมงานจะผ่านการตรวจของหน่วยงานราชการไทย (MFA + สภาทนายความ) หากถูกตีกลับด้วยเหตุจากงานของเรา ทีมงานจะดำเนินการใหม่โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและรับผิดชอบค่า MFA/สถานทูตที่เกิดขึ้นซ้ำ
ร่างเอกสาร will testament ใช้เวลาโดยรวมกี่วัน?
โดยเฉลี่ยประมาณ 5–10 วันทำการ สำหรับกรอบเวลา Standard และ 2–3 วันทำการ สำหรับ Express Track (มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 30–100%) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคิวสถานทูตปลายทาง
ค่าใช้จ่ายรวม ร่างเอกสาร will testament คิดอย่างไร?
รวม 4 ก้อน: (1) ค่าดำเนินการของ NYC Legal (2) ค่าธรรมเนียมราชการ (MFA/สถานทูต) (3) ค่าเดินเอกสาร/จัดส่ง (4) ค่าแปลรับรอง (ถ้าจำเป็น) ทีมงานจะสรุปทั้งหมดใน Proposal เพื่อให้ลูกค้าอนุมัติก่อนเริ่มงาน
หากอาศัยอยู่ต่างจังหวัด NYC Legal ให้บริการอย่างไร?
รับ–ส่งเอกสารทั่วประเทศไทยผ่าน Kerry / Flash / Grab Express พร้อมประกันมูลค่า 100,000 บาท/ชิ้น และมี Video Notary สำหรับบางเอกสารที่กฎหมายอนุญาต โดยสามารถลงนามผ่าน Zoom กับทนายในเวลาจริงได้

ตรวจสอบและปรับปรุงล่าสุดโดยทีมบรรณาธิการ NYC Legal เมื่อ 2026-07-05 · เนื้อหาอ้างอิงจากประกาศทางการของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และแนวปฏิบัติของ Hague Conference on Private International Law (HCCH) ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะเปลี่ยนขั้นตอนการรับรองเอกสารระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ