ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
กรมที่ดิน

โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/บ้าน

Land & House Transfer

กฎหมายที่ดินไทยซับซ้อนเฉพาะตัว — แค่เลือกประเภทโฉนดผิดก็เสียโอกาสได้หลักล้าน หน้านี้คือบริการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/บ้าน (Land & House Transfer) โดย NYC Legal — ระยะเวลาดำเนินการ 1–7 · ค่าบริการเริ่ม 8,000 บาท · หน่วยงาน กรมที่ดิน

โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/บ้านคืออะไร ใครต้องใช้

โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/บ้านเป็นบริการในกลุ่มโอนกรรมสิทธิ์ เกี่ยวข้องกับกรมที่ดินโดยตรง ผู้ที่ต้องใช้บริการได้แก่: ผู้ซื้อ-ผู้ขายอสังหาฯ · ทายาท · ผู้รับให้

ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ: ค่าธรรมเนียมโอน 2% · ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% · อากรแสตมป์ 0.5% · ภาษีเงินได้บุคคล — ทีมเราจะอธิบายและตรวจสอบให้ครบทุกประเด็นก่อนเริ่มดำเนินการ

ขั้นตอนการทำงานของ NYC Legal

1) ปรึกษาฟรี 30 นาที — รับฟังเป้าหมายและประเมินเส้นทางที่เหมาะสม คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ค่าโอน ภาษี ค่าธรรมเนียม) ให้เห็นภาพรวม

2) ตรวจสอบเอกสารและสถานที่จริง — ขอข้อมูลจากกรมที่ดิน ตรวจโฉนด ตรวจภาระผูกพัน ตรวจผังเมือง ตรวจแนวเวนคืน

3) ร่างสัญญาและเตรียมเอกสาร — ใช้แบบฟอร์มมาตรฐานที่ผ่านการพิจารณามากกว่า 1,000 เคส ป้องกันความเสี่ยงรายเดียว

4) เข้าทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน — ทีมไปด้วยทุกครั้ง คุมเรื่องเอกสาร เงินมัดจำ และการชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วน

5) ส่งมอบเอกสารต้นฉบับ — รวมโฉนด/หนังสือกรรมสิทธิ์/สัญญา + คำแนะนำการดูแลต่อ

ค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง

ค่าบริการ NYC Legal เริ่ม 8,000 บาท (แจ้งราคาตายตัวก่อนเซ็นสัญญา) — รวมการตรวจเอกสาร เตรียมสัญญา ประสานงานกรมที่ดิน และเข้าทำธุรกรรม

ค่าใช้จ่ายภาครัฐที่ต้องเตรียม (ไม่รวมในค่าบริการ): ค่าธรรมเนียมโอน 2% · ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% · อากรแสตมป์ 0.5% · ภาษีเงินได้บุคคล

ทีมจะคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นตารางให้ลูกค้าก่อนวันโอน เพื่อให้เตรียมเงินครบและไม่มีเซอร์ไพรส์

ความเสี่ยงและจุดที่ต้องระวัง

จุดที่ผู้ซื้อมือใหม่มักพลาด: เซ็นสัญญาวางมัดจำก่อนตรวจโฉนด · ไม่ตรวจค่าส่วนกลางค้าง · ไม่ตรวจแนวเวนคืน · ใช้แบบสัญญาของผู้ขายโดยไม่แก้ — ทีมจะป้องกันให้ทั้งหมด

เราใช้ Checklist เฉพาะที่พัฒนาจากกรณีจริงกว่า 1,200 ธุรกรรมที่ผ่านมา ครอบคลุมจุดเสี่ยงที่ DIY มักมองข้าม

ทำไมต้องเลือก NYC Legal

ทีมประกอบด้วยทนายความ Notary Public และเจ้าหน้าที่ที่ดินอาชีพ ดำเนินธุรกรรมอสังหาฯ มากกว่า 1,200 รายการ/ปี ทั่วประเทศ — เข้าใจรายละเอียดที่ กรมที่ดินแต่ละพื้นที่มีข้อปฏิบัติเฉพาะตัว

เรามีบริการเป็น Trustee เก็บเงินมัดจำในบัญชี Escrow ของบริษัท เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย — ลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมเงินก้อนใหญ่

คำถามที่พบบ่อย

โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน/บ้านใช้เวลานานเท่าใด

1–7 หลังได้รับเอกสารครบ — ขึ้นกับคิวของกรมที่ดินและความครบถ้วนของเอกสาร

ค่าบริการเริ่มต้นเท่าใด รวมอะไรบ้าง

เริ่ม 8,000 บาท รวมการตรวจเอกสาร เตรียมสัญญา ประสานงาน และเข้าทำธุรกรรม — ค่าธรรมเนียมและภาษีภาครัฐแยกต่างหาก แจ้งตายตัวก่อนเริ่ม

ลูกค้าต้องไปกรมที่ดินด้วยตนเองหรือไม่

วันโอนต้องไปด้วยตนเองหรือมอบอำนาจ ทีมจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจให้

รับงานต่างจังหวัดหรือไม่

รับครับ ทีมมีเครือข่ายในกรมที่ดินทั่วประเทศ มีสาขาขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และตัวแทนทุกจังหวัด

รับประกันอะไรบ้าง

รับประกันการตรวจสอบเอกสารและความถูกต้องของขั้นตอน — หากเกิดความเสียหายจากข้อผิดพลาดของทีม เรารับผิดชอบเต็มจำนวน มีประกันความรับผิดทางวิชาชีพรองรับ

บริการอื่นในหมวดเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นเท่าไหร่?

ค่าบริการ บริการของ NYC Legal เริ่มต้นที่ 500–800 บาทต่อชุด (ขึ้นกับชนิดเอกสารและจำนวนหน้า) รวมค่าธรรมเนียมราชการประมาณ 200–400 บาท และค่าจัดส่ง Kerry/EMS 80–120 บาท สอบถามใบเสนอราคาฟรีผ่าน LINE หรือโทร 083-249-4999

หากเอกสาร บริการของ NYC Legal ถูกปฏิเสธจะทำอย่างไร?

NYC Legal รับประกันการแก้ไขเอกสาร บริการของ NYC Legal ฟรี หากถูกปฏิเสธจากหน่วยงานราชการหรือสถานทูตเนื่องจากความผิดพลาดของเรา รวมถึงดำเนินการใหม่จนกว่าจะผ่าน (ภายใน 30 วัน) เรามีอัตราผ่านในระดับ high-90s (อิงสถิติภายใน NYC Legal 2024–2025) และมี Case Manager ติดตามทุกขั้นตอน

บริการของ NYC Legal ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

สำหรับ บริการของ NYC Legal ต้องเตรียม: (1) บัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริง (2) เอกสารต้นฉบับที่ต้องดำเนินการ (3) สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีคนไทย) (4) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน) NYC Legal มี Checklist ส่งให้ทาง LINE ก่อนนัดหมาย

บริการของ NYC Legal ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?

โดยทั่วไป บริการของ NYC Legal ใช้เวลา 1–3 วันทำการ หากเอกสารพร้อมและไม่ติดวันหยุดราชการ NYC Legal มีบริการด่วน (Same-day / 24 ชม.) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเร่งด่วน โดยมีค่าบริการเพิ่ม 600–1,000 บาท แจ้งล่วงหน้าผ่าน LINE @nycli

บริการของ NYC Legal มีบริการในต่างจังหวัดไหม?

NYC Legal มีสำนักงาน 4 สาขา: กรุงเทพ (HQ สาทร), ขอนแก่น, อุดรธานี และหนองคาย พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศผ่านบริการรับส่งเอกสาร Kerry/EMS แบบลงทะเบียน และนัดวิดีโอคอลปรึกษาฟรี 15 นาทีก่อนเริ่มงาน

บริการของ NYC Legal ใช้กับการขอวีซ่าและแต่งงานต่างชาติได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งหมด บริการของ NYC Legal ของ NYC Legal ถูกใช้ในการ: ขอวีซ่าทุกประเภท (Schengen, US, UK, AU, JP, KR, CN), จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ, สมัครเรียนต่อต่างประเทศ, ขอ Work Permit, และยื่นเอกสารต่อหน่วยงานราชการในต่างประเทศ

ไทม์ไลน์ขั้นตอนการดำเนินงาน (Workflow Timeline)

ขั้นตอนการบริการอสังหาริมทรัพย์สำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานคร ออกแบบโดยทีมทนายและ Paralegal ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสภาทนายความฯ เพื่อให้ทุกเอกสารเสร็จภายในกรอบเวลาที่ลูกค้าวางแผนเดินทาง ยื่นวีซ่า หรือส่งคู่ค้าต่างประเทศได้ตรงเวลา ทุกขั้นตอนมีการบันทึกใน CRM ของบริษัทและส่ง Tracking ให้ลูกค้าผ่านอีเมลและไลน์อย่างต่อเนื่อง

  1. 1:30
    ออกใบรับรอง & สแกน PDF

    ออกใบรับรองพร้อมเลขเคส บันทึก PDF สำเนาตามมาตรฐาน PDPA และส่งสำเนาให้ลูกค้าทางอีเมล

  2. 0:30
    ตรวจร่าง & เตรียมต้นฉบับ

    Paralegal ตรวจความครบถ้วน ตรวจสะกดชื่อ–นามสกุลตามหนังสือเดินทาง และเตรียมต้นฉบับให้พร้อมก่อนนัด Notary

  3. Day 3–5
    Embassy / Apostille

    ส่งต่อสถานทูตปลายทาง หรือออก Apostille สำหรับประเทศที่อยู่ใน Hague Convention

  4. 1:00
    ลงนามต่อหน้า Notary Public

    ทนายที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความฯ ตรวจตัวตน ตรวจเจตนา และลงนาม–ประทับตราตามมาตรฐาน Lawyers Council of Thailand

  5. 0:00
    รับเรื่อง & ประเมิน

    ลูกค้าทักไลน์ @nycli ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศปลายทาง ทีมตอบกลับใน 15 นาทีในเวลาทำการ พร้อมใบเสนอราคาแบบมีรายละเอียดและกรอบเวลา

  6. Day 5–7
    จัดส่ง & ปิดเคส

    จัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี VAT เต็มรูปแบบ

เปรียบเทียบทางเลือกการให้บริการ (Service Comparison Matrix)

ลูกค้าในกรุงเทพมหานครสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ตามเงื่อนไขเวลา งบประมาณ และประเภทเอกสาร ทีมงานจะให้คำแนะนำเฉพาะรายเคสว่าตัวเลือกใดเหมาะที่สุด

รูปแบบเหมาะกับระยะเวลาค่าบริการเพิ่ม
Walk-in (ที่สำนักงาน)เอกสารต้นฉบับ มีเวลานัด30–60 นาทีไม่มี
Mobile Notary (ทนายไปหา)ลูกค้าวีไอพี/ผู้สูงอายุ/เอกสารชุดใหญ่ภายในวันเดียว฿1,000 (ฟรีหาก 3+ ฉบับ)
Online Video Notaryบางเอกสารที่กฎหมายอนุญาต20 นาที฿2,500
Express MFA + Embassyต้องใช้ภายใน 24–48 ชม.1–2 วัน+50%–100%
จัดส่งทั่วโลกลูกค้านอกประเทศไทย3–7 วัน฿2,500 ขึ้นไป (DHL/FedEx)

หลักฐานความเชี่ยวชาญในพื้นที่ (Hyper-local Trust Signals)

ทีม NYC Legal ดำเนินคดี Notary ในกรุงเทพมหานคร (เขตประเทศไทย) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จึงเข้าใจรูปแบบเอกสารที่ลูกค้าในพื้นที่นี้ใช้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารวีซ่าทำงาน หนังสือมอบอำนาจระหว่างประเทศ หรือเอกสารอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องส่งให้คู่สัญญาต่างชาติ

  • เคยให้บริการลูกค้าในกรุงเทพมหานคร มากกว่า จำนวนมาก ในระยะเวลา 9 ปี (อ้างอิง Case Files ลูกค้า 4.9/5)
  • รู้จักเส้นทางและสำนักงานราชการในพื้นที่ ทั้งที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต และไปรษณีย์หลัก
  • มีทีม Paralegal ประจำที่สื่อสารภาษาไทย-อังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่น เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่พำนักในกรุงเทพมหานคร
  • รองรับการนัดหมายนอกเวลาทำการสำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครที่ทำงาน 9-to-5
  • รับ-ส่งเอกสารผ่าน Grab/Lalamove ในรัศมี 10 กม. รอบกรุงเทพมหานคร โดยไม่บวกค่าขนส่งสำหรับลูกค้าประจำ

แหล่งอ้างอิงและความน่าเชื่อถือ (Authority & Citations)

เนื้อหาในหน้านี้อ้างอิงจากข้อกำหนดของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และมาตรฐาน Hague Apostille Convention 1961 ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในปี 2566

ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการ NYC Legal · อัปเดตล่าสุด 2026-07-04 · รหัสอ้างอิง th-re-svc/กรุงเทพมหานคร

คำถามเชิงลึกที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด

รวมคำถามที่ลูกค้าในกรุงเทพมหานครถามก่อนตัดสินใจใช้บริการบริการอสังหาริมทรัพย์บ่อยที่สุด ทีมบรรณาธิการของเราทบทวนคำตอบทุกไตรมาสเทียบกับประกาศของสภาทนายความ กรมการกงสุล และสถานทูตปลายทาง เพื่อให้ตัวเลขค่าธรรมเนียม กรอบเวลา และขั้นตอนบนหน้านี้ยังคงถูกต้องเสมอ

บริการบริการอสังหาริมทรัพย์สำหรับลูกค้าในกรุงเทพมหานครใช้เวลานานเท่าไร?
ขั้นตอน Notary ใช้เวลา 1–2 วันทำการ บวกกับกรมการกงสุล (MFA) อีก 2–3 วัน และสถานทูตปลายทางอีก 1–7 วันตามแต่ละสถานทูต หากต้องการเร่งด่วน ทีมสามารถบีบให้ครบ Chain ได้ภายใน 24–48 ชั่วโมงสำหรับเคสที่มีนัดสัมภาษณ์วีซ่าหรือนัดศาลยืนยันแล้ว
เอกสารที่รับรองในไทยใช้ที่ต่างประเทศได้เลยหรือไม่?
ต้องผ่านครบทุกขั้น — Notary → MFA → สถานทูต หรือ Apostille — จึงจะใช้ได้ต่างประเทศ และตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคี Hague Apostille Convention ในปี 2566 เอกสารสำหรับประเทศสมาชิก 120+ ประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูต
ต้องเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนอะไรบ้าง?
คนไทย ใช้บัตรประชาชน พร้อมต้นฉบับเอกสาร · ชาวต่างชาติ ใช้หนังสือเดินทาง พร้อมวีซ่าหรือตราประทับเข้าเมืองที่ยังไม่หมดอายุ · นิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน พร้อมบัตรกรรมการและตราประทับ ถ้าระบุในเอกสาร
มีบริการแปลรับรองในที่เดียวกันหรือไม่?
มี ทีมนักแปลที่ได้รับวุฒิ NAATI ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน อาหรับ ทำงานในออฟฟิศ ทำให้รับรองคำแปลและ Notary ในวันเดียวได้ ลดปัญหาวิ่งระหว่างบริษัทแปลกับสำนักงานทนาย
นโยบายคืนเงินและนัดใหม่เป็นอย่างไร?
หากเอกสารถูกปฏิเสธจาก MFA หรือสถานทูตเพราะข้อผิดพลาดของเรา จะดำเนินการใหม่ฟรีและคืนค่าธรรมเนียม MFA และสถานทูตเต็มจำนวน หากเป็นข้อมูลที่ลูกค้าแจ้งผิด เช่น สะกดชื่อ จะให้ส่วนลดนัดใหม่ 50 เปอร์เซ็นต์

เช็กลิสต์ตรวจสอบก่อนยื่นเอกสาร 12 ข้อ

ก่อนยื่นเอกสารบริการอสังหาริมทรัพย์ทุกฉบับให้กรมการกงสุลหรือสถานทูต ทุกเคสต้องผ่านเช็กลิสต์ 12 ข้อนี้ ซึ่งเป็นเช็กลิสต์เดียวกับที่ทนายอาวุโสใช้ในขั้นตอน QA สุดท้าย

  1. 01การสะกดชื่อนามสกุลตรงกับวีซ่าหรือสัญญาในประเทศปลายทาง
  2. 02ลายเซ็นต้นฉบับใช้ปากกาน้ำเงิน เนื่องจากสีดำถูกปฏิเสธโดยหลายสถานทูต
  3. 03รูปแบบวันที่ตรงกับธรรมเนียมประเทศปลายทาง DD/MM/YYYY หรือ MM/DD/YYYY
  4. 04หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน
  5. 05หนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขต ระยะเวลา และเงื่อนไขเพิกถอนตามกฎหมายปลายทาง
  6. 06ทรานสคริปต์การศึกษาเป็นต้นฉบับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สำเนา
  7. 07ใบรับรองแพทย์ระบุเลขใบประกอบวิชาชีพ ตามระเบียบ MFA ปี 2564
  8. 08ทะเบียนสมรสและสูติบัตรเป็นต้นฉบับกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ Khor Ror 2
  9. 09หน้าคำแปลเย็บและประทับตราติดกับต้นฉบับ พร้อมคำรับรองนักแปล
  10. 10ติดอากรแสตมป์ถ้าจำเป็นก่อนรับรอง ไม่ใช่หลังรับรอง
  11. 11หนังสือนำส่ง MFA ระบุสถานทูตและวัตถุประสงค์การใช้
  12. 12บันทึกเลขติดตามใน CRM และส่งให้ลูกค้าทางไลน์ @nycli