ตั้งแต่ที่ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญาเฮก (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการเมื่อ 14 ธันวาคม 2567 เอกสารที่ผ่านการรับรองอะพอสทิลจากกรมการกงสุลสามารถใช้ในประเทศสมาชิกได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตของประเทศปลายทางอีกขั้น ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและไม่ได้เข้าร่วมอนุสัญญาเฮก เอกสารยังคงต้องผ่านขั้นตอน Embassy Legalization คือ รับรองโดยกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตของประเทศปลายทางในไทย ทีมประสานงานของ NYC ติดต่อสถานทูตกว่า 60 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นประจำ จึงทราบขั้นตอน เอกสารแนบ ค่าธรรมเนียม และคิวการยื่นในแต่ละแห่งอย่างละเอียด
ข้อแนะนำเฉพาะภาษาอังกฤษ: ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางสำหรับสถานทูตเกือบทุกประเทศ ใช้ได้ทั้ง UK · US · Canada · Australia · Schengen — เลือกรับรอง NAATI หากใช้กับออสเตรเลีย หรือ Notary Public + MFA สำหรับประเทศอื่นๆ
เราแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางอีกครั้งว่าต้องการ Apostille หรือ Legalization แบบใด เพราะบางหน่วยงาน เช่น USCIS หรือ Schengen Visa Office อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การแปลโดย Sworn Translator ในประเทศปลายทาง หรือต้องการใบรับรองในรูปแบบเฉพาะ ทีมที่ปรึกษาของ NYC ยินดีช่วยตรวจสอบให้ฟรีก่อนเริ่มงาน