ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
🇺🇸 North America · Tier 1

ชาวอเมริกันซื้ออสังหาฯ & ลงทุนในประเทศไทย

วีซ่าแนะนำ: LTR-Wealthy · Retirement (O-A) · Elite · DTV

ทีมที่เข้าใจทั้งกฎหมายไทยและบริบทประเทศต้นทางจะปิดดีลให้คุณได้เร็วและปลอดภัยกว่า หน้านี้ออกแบบมาเฉพาะลูกค้าชาวอเมริกัน (🇺🇸 สหรัฐอเมริกา) — รวมประเด็นวีซ่าที่ใช้ได้จริง, โครงสร้างถือครอง 4 แบบ, การยื่น BOI, ภาษี และการ repatriate เงินกลับสหรัฐอเมริกา โดยทีม NYC Legal ที่ทำเคสชาวอเมริกันมากกว่า 12 ปี

เส้นทางวีซ่าที่เหมาะกับชาวอเมริกัน

ทางเลือกหลักของชาวอเมริกันตอนนี้: LTR-Wealthy / Retirement (O-A) / Elite / DTV — โดยสังเขป LTR-Wealthy เปิดให้พอร์ตเกิน USD 1M, Elite เน้นความคล่องตัวระยะ 5–20 ปี, O-A สำหรับวัยเกษียณ 50+ ที่มี passive income, ส่วน DTV เป็นตัวเลือกของ Digital Nomad ที่ต้องการ multi-entry 5 ปี

จุดแข็งพิเศษ: Treaty of Amity & Economic Relations (1966) — US citizens may own ≥99% of most Thai businesses ทำให้ชาวอเมริกันมีสิทธิพิเศษเหนือชาติอื่น — ทีมเราจะใช้สิทธินี้วางโครงสร้างให้คุณได้เปรียบสุด

Ownership structure ของชาวอเมริกัน

รูปแบบ deal ที่ลูกค้าชาวอเมริกันเลือกบ่อย: Beach condos + retirement homes + Amity-protected companies

ทำเลที่ลูกค้าชาวอเมริกันเลือกอันดับต้น ๆ: Hua Hin · Pattaya · Phuket · Chiang Mai · Bangkok (Sukhumvit) — แต่ละทำเลมีข้อกฎหมายที่ดินและภาษีที่ต่างกัน ทีมเราจะ Due Diligence ครบก่อนซื้อ

4 ตัวเลือก ownership ที่กฎหมายไทยรับรอง: foreign-quota condo + FET, long-lease 30+30+30, Thai company ที่ถูก FBA จริง (ไม่ใช่ nominee), หรือ usufruct/superficies/habitation ที่จด ณ สำนักงานที่ดิน

เพิ่มเติม: ชาวอเมริกันใช้สิทธิ Amity ตั้งบริษัทถือ ≥99% ในเกือบทุกประเภทธุรกิจได้ — ยกเว้นที่ดินและ 1 ใน 6 รายการสงวน

BOI & Smart Visa — ลู่ทางสำหรับนักลงทุนเชิงพาณิชย์

BOI ให้สิทธิชาวอเมริกันถือ 100% และเป็นเจ้าของที่ดินสำหรับ business use ใน 13 หมวด — รวม EV, BCG, Digital, Medical Hub, Creative และ Agro-processing

Smart Visa 4 ปีครอบคลุม Talent, Investor, Executive, Startup — รวม dependents และไม่ต้องมี Work Permit แยก

LTR 10 ปี 4 ทาง (Wealthy, Pensioners, WFT, Highly-Skilled) — กลุ่ม WFT ได้ flat tax 17% + digital work permit ฟรี

FX & FET — การนำเงินเข้าและกลับออก

FET form ต้องออกทุกครั้งที่ wire เข้าไทย ≥ USD 50,000 เพื่อใช้ที่กรมที่ดินตอนโอนกรรมสิทธิ์คอนโด — เก็บ original ไว้กับนิติบุคคล

ข้อสังเกตของชาวอเมริกัน: USD → THB via FET form; Chase / BoA wires settle T+1–T+2; FATCA reporting on Thai accounts >$10k

Repatriate: ทุนนำเข้า + capital gain (หัก WHT) สามารถ wire กลับสหรัฐอเมริกาได้ ทีมขอ Tax Clearance Certificate ให้พร้อมเอกสารธนาคาร

Tax + total cost of ownership

Transaction cost: 2% transfer fee, 0.5% stamp duty หรือ 3.3% SBT, WHT step-rate, VAT 7% สำหรับ developer — ส่วนใหญ่ผู้ขายรับภาระ

ค่าใช้จ่ายต่อปี: Land & Buildings Tax 0.02–0.7% + ภาษีค่าเช่า 5–35% ลดด้วย deduction ตามกฎ Revenue Code

Treaty: สหรัฐอเมริกา–ไทยมี DTT — ทีมภาษีของเราออก Certificate of Residence เพื่อ claim credit ที่ home country

Document pack ที่ทีม NYC Legal เตรียมให้

Passport ทุกหน้าที่มีแสตมป์ + visa หน้าปัจจุบัน + TM.6 ฉบับล่าสุด

Bank statement 12 เดือนจากธนาคารในสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็น proof of funds

สูติบัตร / ทะเบียนสมรส / POA — แปล English → ไทย + Notary + Apostille ที่${n.nameTh}

ทีมส่งเอกสารที่รับรองแล้วกลับสหรัฐอเมริกาทาง DHL ภายใน 2–5 วันทำการ

เหตุผลที่ชาวอเมริกันเลือกเรา

100+ เคสชาวอเมริกันต่อปี — เรารู้ว่าธนาคารและ notary ในสหรัฐอเมริกาจัด format แบบไหน

Notary + ทนาย + tax advisor (MOF-registered) ภายในบริษัทเดียว — ไม่ต้อง coordinate หลายสำนัก

Status report ภาษา English ทุกขั้นตอน + photo of every doc + online tracking

คำถามที่พบบ่อย

ชาวอเมริกันซื้อที่ดินในไทยได้ไหม

ตรง ๆ ไม่ได้ครับ — แต่มีทาง Leasehold 30+30+30, Thai company FBA-compliant, หรือ BOI/EEC ที่อนุญาต business-use land ownership

คอนโดในชื่อชาวอเมริกันเป็น freehold ได้หรือไม่

เป็น freehold ได้ภายใต้ foreign quota 49% ของพื้นที่โครงการ และต้องมี FET form ติดมากับ inbound wire ก่อนวันโอน

แนะนำวีซ่าตัวไหนให้ชาวอเมริกัน

ขึ้นกับเป้าหมาย: LTR-Wealthy, Retirement (O-A), Elite, DTV — ทีมเราประเมินให้ฟรีในการนัดปรึกษา 30 นาที

วิธีนำเงินจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเพื่อซื้ออสังหาฯ

USD → THB via FET form; Chase / BoA wires settle T+1–T+2; FATCA reporting on Thai accounts >$10k — ทีมเราประสานธนาคารทั้งต้นทาง-ปลายทาง และเก็บ FET form ให้ครบเพื่อใช้โอนเงินกลับในอนาคต

ค่าธรรมเนียม end-to-end เริ่มที่เท่าไหร่

เริ่ม 35,000 บาทสำหรับ deal คอนโด (DD + struct + transfer) และ 80,000 บาทสำหรับบ้าน/ที่ดินผ่าน lease หรือ Thai company — quote เป็น fixed-fee ก่อนเริ่ม

จัดการได้ไหมถ้าผมยังไม่ได้บินมาไทย

ได้ครับ — เซ็น POA รับรองโดยสถานทูตไทยในสหรัฐอเมริกา (หรือ Apostille ที่ประเทศคุณ) ทีมรับดำเนินการแทนทั้งหมด รายงานออนไลน์ทุกขั้นตอน

นักลงทุนในNorth Americaอื่น ๆ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริการของ NYC Legal รับรองที่ไหนได้บ้าง?

เอกสาร บริการของ NYC Legal ของ NYC Legal ได้รับการรับรองจาก: สภาทนายความแห่งประเทศไทย (Notary Public), กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (MFA), และสถานทูตต่างประเทศในกรุงเทพมากกว่า 90 ประเทศ พร้อมใช้งานในขั้นตอน Apostille และ Embassy Attestation

บริการของ NYC Legal ใช้เวลาดำเนินการกี่วัน?

โดยทั่วไป บริการของ NYC Legal ใช้เวลา 1–3 วันทำการ หากเอกสารพร้อมและไม่ติดวันหยุดราชการ NYC Legal มีบริการด่วน (Same-day / 24 ชม.) สำหรับลูกค้าที่ต้องการเร่งด่วน โดยมีค่าบริการเพิ่ม 600–1,000 บาท แจ้งล่วงหน้าผ่าน LINE @nycli

บริการของ NYC Legal มีบริการในต่างจังหวัดไหม?

NYC Legal มีสำนักงาน 4 สาขา: กรุงเทพ (HQ สาทร), ขอนแก่น, อุดรธานี และหนองคาย พร้อมรองรับลูกค้าทั่วประเทศผ่านบริการรับส่งเอกสาร Kerry/EMS แบบลงทะเบียน และนัดวิดีโอคอลปรึกษาฟรี 15 นาทีก่อนเริ่มงาน

บริการของ NYC Legal สามารถดำเนินการออนไลน์ได้ไหม?

บริการของ NYC Legal สามารถเริ่มต้นออนไลน์ได้ผ่าน LINE @nycli ส่งภาพเอกสารให้ประเมินราคา จากนั้นนัดหมายมาเซ็นรับรองที่สำนักงาน (BKK / ขอนแก่น / อุดร / หนองคาย) หรือใช้บริการ Mobile Notary นัดเซ็นนอกสถานที่ในกรุงเทพและปริมณฑล (มีค่าเดินทางเพิ่ม)

บริการของ NYC Legal ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

สำหรับ บริการของ NYC Legal ต้องเตรียม: (1) บัตรประชาชน/พาสปอร์ตตัวจริง (2) เอกสารต้นฉบับที่ต้องดำเนินการ (3) สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีคนไทย) (4) หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน) NYC Legal มี Checklist ส่งให้ทาง LINE ก่อนนัดหมาย

บริการของ NYC Legal ใช้กับการขอวีซ่าและแต่งงานต่างชาติได้ไหม?

ใช้ได้ทั้งหมด บริการของ NYC Legal ของ NYC Legal ถูกใช้ในการ: ขอวีซ่าทุกประเภท (Schengen, US, UK, AU, JP, KR, CN), จดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ, สมัครเรียนต่อต่างประเทศ, ขอ Work Permit, และยื่นเอกสารต่อหน่วยงานราชการในต่างประเทศ

ไทม์ไลน์ขั้นตอนการดำเนินงาน (Workflow Timeline)

ขั้นตอนการบริการลูกค้าต่างชาติสำหรับลูกค้าในประเทศไทย ออกแบบโดยทีมทนายและ Paralegal ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสภาทนายความฯ เพื่อให้ทุกเอกสารเสร็จภายในกรอบเวลาที่ลูกค้าวางแผนเดินทาง ยื่นวีซ่า หรือส่งคู่ค้าต่างประเทศได้ตรงเวลา ทุกขั้นตอนมีการบันทึกใน CRM ของบริษัทและส่ง Tracking ให้ลูกค้าผ่านอีเมลและไลน์อย่างต่อเนื่อง

  1. Day 5–7
    จัดส่ง & ปิดเคส

    จัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศไทยและทั่วโลก พร้อมใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี VAT เต็มรูปแบบ

  2. 0:30
    ตรวจร่าง & เตรียมต้นฉบับ

    Paralegal ตรวจความครบถ้วน ตรวจสะกดชื่อ–นามสกุลตามหนังสือเดินทาง และเตรียมต้นฉบับให้พร้อมก่อนนัด Notary

  3. Day 2–3
    MFA Legalisation

    ทีมเดินเอกสารยื่นกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ฿200/ฉบับ ปกติ หรือ ฿400/ฉบับ เร่งด่วน

  4. 0:00
    รับเรื่อง & ประเมิน

    ลูกค้าทักไลน์ @nycli ส่งภาพเอกสารและระบุประเทศปลายทาง ทีมตอบกลับใน 15 นาทีในเวลาทำการ พร้อมใบเสนอราคาแบบมีรายละเอียดและกรอบเวลา

  5. Day 3–5
    Embassy / Apostille

    ส่งต่อสถานทูตปลายทาง หรือออก Apostille สำหรับประเทศที่อยู่ใน Hague Convention

  6. 1:30
    ออกใบรับรอง & สแกน PDF

    ออกใบรับรองพร้อมเลขเคส บันทึก PDF สำเนาตามมาตรฐาน PDPA และส่งสำเนาให้ลูกค้าทางอีเมล

เปรียบเทียบทางเลือกการให้บริการ (Service Comparison Matrix)

ลูกค้าในประเทศไทยสามารถเลือกได้ 3 รูปแบบ ตามเงื่อนไขเวลา งบประมาณ และประเภทเอกสาร ทีมงานจะให้คำแนะนำเฉพาะรายเคสว่าตัวเลือกใดเหมาะที่สุด

รูปแบบเหมาะกับระยะเวลาค่าบริการเพิ่ม
Walk-in (ที่สำนักงาน)เอกสารต้นฉบับ มีเวลานัด30–60 นาทีไม่มี
Mobile Notary (ทนายไปหา)ลูกค้าวีไอพี/ผู้สูงอายุ/เอกสารชุดใหญ่ภายในวันเดียว฿1,000 (ฟรีหาก 3+ ฉบับ)
Online Video Notaryบางเอกสารที่กฎหมายอนุญาต20 นาที฿2,500
Express MFA + Embassyต้องใช้ภายใน 24–48 ชม.1–2 วัน+50%–100%
จัดส่งทั่วโลกลูกค้านอกประเทศไทย3–7 วัน฿2,500 ขึ้นไป (DHL/FedEx)

หลักฐานความเชี่ยวชาญในพื้นที่ (Hyper-local Trust Signals)

ทีม NYC Legal ดำเนินคดี Notary ในประเทศไทย (เขตประเทศไทย) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จึงเข้าใจรูปแบบเอกสารที่ลูกค้าในพื้นที่นี้ใช้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นเอกสารวีซ่าทำงาน หนังสือมอบอำนาจระหว่างประเทศ หรือเอกสารอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องส่งให้คู่สัญญาต่างชาติ

  • เคยให้บริการลูกค้าในประเทศไทย มากกว่า จำนวนมาก ในระยะเวลา 9 ปี (อ้างอิง Case Files ลูกค้า 4.9/5)
  • รู้จักเส้นทางและสำนักงานราชการในพื้นที่ ทั้งที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต และไปรษณีย์หลัก
  • มีทีม Paralegal ประจำที่สื่อสารภาษาไทย-อังกฤษ-จีน-ญี่ปุ่น เพื่อรองรับชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย
  • รองรับการนัดหมายนอกเวลาทำการสำหรับลูกค้าในประเทศไทยที่ทำงาน 9-to-5
  • รับ-ส่งเอกสารผ่าน Grab/Lalamove ในรัศมี 10 กม. รอบประเทศไทย โดยไม่บวกค่าขนส่งสำหรับลูกค้าประจำ

แหล่งอ้างอิงและความน่าเชื่อถือ (Authority & Citations)

เนื้อหาในหน้านี้อ้างอิงจากข้อกำหนดของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และมาตรฐาน Hague Apostille Convention 1961 ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีในปี 2566

ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการ NYC Legal · อัปเดตล่าสุด 2026-07-05 · รหัสอ้างอิง th-fb-nat/ประเทศไทย

คำถามเชิงลึกที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุด

รวมคำถามที่ลูกค้าในประเทศไทยถามก่อนตัดสินใจใช้บริการบริการลูกค้าต่างชาติบ่อยที่สุด ทีมบรรณาธิการของเราทบทวนคำตอบทุกไตรมาสเทียบกับประกาศของสภาทนายความ กรมการกงสุล และสถานทูตปลายทาง เพื่อให้ตัวเลขค่าธรรมเนียม กรอบเวลา และขั้นตอนบนหน้านี้ยังคงถูกต้องเสมอ

บริการบริการลูกค้าต่างชาติสำหรับลูกค้าในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าไร?
ขั้นตอน Notary ใช้เวลา 1–2 วันทำการ บวกกับกรมการกงสุล (MFA) อีก 2–3 วัน และสถานทูตปลายทางอีก 1–7 วันตามแต่ละสถานทูต หากต้องการเร่งด่วน ทีมสามารถบีบให้ครบ Chain ได้ภายใน 24–48 ชั่วโมงสำหรับเคสที่มีนัดสัมภาษณ์วีซ่าหรือนัดศาลยืนยันแล้ว
เอกสารที่รับรองในไทยใช้ที่ต่างประเทศได้เลยหรือไม่?
ต้องผ่านครบทุกขั้น — Notary → MFA → สถานทูต หรือ Apostille — จึงจะใช้ได้ต่างประเทศ และตั้งแต่ไทยเข้าเป็นภาคี Hague Apostille Convention ในปี 2566 เอกสารสำหรับประเทศสมาชิก 120+ ประเทศ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ใช้ Apostille ใบเดียวแทนการรับรองสถานทูต
ต้องเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนอะไรบ้าง?
คนไทย ใช้บัตรประชาชน พร้อมต้นฉบับเอกสาร · ชาวต่างชาติ ใช้หนังสือเดินทาง พร้อมวีซ่าหรือตราประทับเข้าเมืองที่ยังไม่หมดอายุ · นิติบุคคล ใช้หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน พร้อมบัตรกรรมการและตราประทับ ถ้าระบุในเอกสาร
มีบริการแปลรับรองในที่เดียวกันหรือไม่?
มี ทีมนักแปลที่ได้รับวุฒิ NAATI ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน อาหรับ ทำงานในออฟฟิศ ทำให้รับรองคำแปลและ Notary ในวันเดียวได้ ลดปัญหาวิ่งระหว่างบริษัทแปลกับสำนักงานทนาย
นโยบายคืนเงินและนัดใหม่เป็นอย่างไร?
หากเอกสารถูกปฏิเสธจาก MFA หรือสถานทูตเพราะข้อผิดพลาดของเรา จะดำเนินการใหม่ฟรีและคืนค่าธรรมเนียม MFA และสถานทูตเต็มจำนวน หากเป็นข้อมูลที่ลูกค้าแจ้งผิด เช่น สะกดชื่อ จะให้ส่วนลดนัดใหม่ 50 เปอร์เซ็นต์

เช็กลิสต์ตรวจสอบก่อนยื่นเอกสาร 12 ข้อ

ก่อนยื่นเอกสารบริการลูกค้าต่างชาติทุกฉบับให้กรมการกงสุลหรือสถานทูต ทุกเคสต้องผ่านเช็กลิสต์ 12 ข้อนี้ ซึ่งเป็นเช็กลิสต์เดียวกับที่ทนายอาวุโสใช้ในขั้นตอน QA สุดท้าย

  1. 01การสะกดชื่อนามสกุลตรงกับวีซ่าหรือสัญญาในประเทศปลายทาง
  2. 02ลายเซ็นต้นฉบับใช้ปากกาน้ำเงิน เนื่องจากสีดำถูกปฏิเสธโดยหลายสถานทูต
  3. 03รูปแบบวันที่ตรงกับธรรมเนียมประเทศปลายทาง DD/MM/YYYY หรือ MM/DD/YYYY
  4. 04หนังสือรับรองบริษัท DBD ออกใหม่ภายใน 90 วัน
  5. 05หนังสือมอบอำนาจระบุขอบเขต ระยะเวลา และเงื่อนไขเพิกถอนตามกฎหมายปลายทาง
  6. 06ทรานสคริปต์การศึกษาเป็นต้นฉบับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สำเนา
  7. 07ใบรับรองแพทย์ระบุเลขใบประกอบวิชาชีพ ตามระเบียบ MFA ปี 2564
  8. 08ทะเบียนสมรสและสูติบัตรเป็นต้นฉบับกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ Khor Ror 2
  9. 09หน้าคำแปลเย็บและประทับตราติดกับต้นฉบับ พร้อมคำรับรองนักแปล
  10. 10ติดอากรแสตมป์ถ้าจำเป็นก่อนรับรอง ไม่ใช่หลังรับรอง
  11. 11หนังสือนำส่ง MFA ระบุสถานทูตและวัตถุประสงค์การใช้
  12. 12บันทึกเลขติดตามใน CRM และส่งให้ลูกค้าทางไลน์ @nycli