เส้นทางวีซ่าที่เหมาะกับชาวอเมริกัน
ทางเลือกหลักของชาวอเมริกันตอนนี้: LTR-Wealthy / Retirement (O-A) / Elite / DTV — โดยสังเขป LTR-Wealthy เปิดให้พอร์ตเกิน USD 1M, Elite เน้นความคล่องตัวระยะ 5–20 ปี, O-A สำหรับวัยเกษียณ 50+ ที่มี passive income, ส่วน DTV เป็นตัวเลือกของ Digital Nomad ที่ต้องการ multi-entry 5 ปี
จุดแข็งพิเศษ: Treaty of Amity & Economic Relations (1966) — US citizens may own ≥99% of most Thai businesses ทำให้ชาวอเมริกันมีสิทธิพิเศษเหนือชาติอื่น — ทีมเราจะใช้สิทธินี้วางโครงสร้างให้คุณได้เปรียบสุด
Ownership structure ของชาวอเมริกัน
รูปแบบ deal ที่ลูกค้าชาวอเมริกันเลือกบ่อย: Beach condos + retirement homes + Amity-protected companies
ทำเลที่ลูกค้าชาวอเมริกันเลือกอันดับต้น ๆ: Hua Hin · Pattaya · Phuket · Chiang Mai · Bangkok (Sukhumvit) — แต่ละทำเลมีข้อกฎหมายที่ดินและภาษีที่ต่างกัน ทีมเราจะ Due Diligence ครบก่อนซื้อ
4 ตัวเลือก ownership ที่กฎหมายไทยรับรอง: foreign-quota condo + FET, long-lease 30+30+30, Thai company ที่ถูก FBA จริง (ไม่ใช่ nominee), หรือ usufruct/superficies/habitation ที่จด ณ สำนักงานที่ดิน
เพิ่มเติม: ชาวอเมริกันใช้สิทธิ Amity ตั้งบริษัทถือ ≥99% ในเกือบทุกประเภทธุรกิจได้ — ยกเว้นที่ดินและ 1 ใน 6 รายการสงวน
BOI & Smart Visa — ลู่ทางสำหรับนักลงทุนเชิงพาณิชย์
BOI ให้สิทธิชาวอเมริกันถือ 100% และเป็นเจ้าของที่ดินสำหรับ business use ใน 13 หมวด — รวม EV, BCG, Digital, Medical Hub, Creative และ Agro-processing
Smart Visa 4 ปีครอบคลุม Talent, Investor, Executive, Startup — รวม dependents และไม่ต้องมี Work Permit แยก
LTR 10 ปี 4 ทาง (Wealthy, Pensioners, WFT, Highly-Skilled) — กลุ่ม WFT ได้ flat tax 17% + digital work permit ฟรี
FX & FET — การนำเงินเข้าและกลับออก
FET form ต้องออกทุกครั้งที่ wire เข้าไทย ≥ USD 50,000 เพื่อใช้ที่กรมที่ดินตอนโอนกรรมสิทธิ์คอนโด — เก็บ original ไว้กับนิติบุคคล
ข้อสังเกตของชาวอเมริกัน: USD → THB via FET form; Chase / BoA wires settle T+1–T+2; FATCA reporting on Thai accounts >$10k
Repatriate: ทุนนำเข้า + capital gain (หัก WHT) สามารถ wire กลับสหรัฐอเมริกาได้ ทีมขอ Tax Clearance Certificate ให้พร้อมเอกสารธนาคาร
Tax + total cost of ownership
Transaction cost: 2% transfer fee, 0.5% stamp duty หรือ 3.3% SBT, WHT step-rate, VAT 7% สำหรับ developer — ส่วนใหญ่ผู้ขายรับภาระ
ค่าใช้จ่ายต่อปี: Land & Buildings Tax 0.02–0.7% + ภาษีค่าเช่า 5–35% ลดด้วย deduction ตามกฎ Revenue Code
Treaty: สหรัฐอเมริกา–ไทยมี DTT — ทีมภาษีของเราออก Certificate of Residence เพื่อ claim credit ที่ home country
Document pack ที่ทีม NYC Legal เตรียมให้
Passport ทุกหน้าที่มีแสตมป์ + visa หน้าปัจจุบัน + TM.6 ฉบับล่าสุด
Bank statement 12 เดือนจากธนาคารในสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้เป็น proof of funds
สูติบัตร / ทะเบียนสมรส / POA — แปล English → ไทย + Notary + Apostille ที่${n.nameTh}
ทีมส่งเอกสารที่รับรองแล้วกลับสหรัฐอเมริกาทาง DHL ภายใน 2–5 วันทำการ
เหตุผลที่ชาวอเมริกันเลือกเรา
100+ เคสชาวอเมริกันต่อปี — เรารู้ว่าธนาคารและ notary ในสหรัฐอเมริกาจัด format แบบไหน
Notary + ทนาย + tax advisor (MOF-registered) ภายในบริษัทเดียว — ไม่ต้อง coordinate หลายสำนัก
Status report ภาษา English ทุกขั้นตอน + photo of every doc + online tracking
คำถามที่พบบ่อย
ชาวอเมริกันซื้อที่ดินในไทยได้ไหม
ตรง ๆ ไม่ได้ครับ — แต่มีทาง Leasehold 30+30+30, Thai company FBA-compliant, หรือ BOI/EEC ที่อนุญาต business-use land ownership
คอนโดในชื่อชาวอเมริกันเป็น freehold ได้หรือไม่
เป็น freehold ได้ภายใต้ foreign quota 49% ของพื้นที่โครงการ และต้องมี FET form ติดมากับ inbound wire ก่อนวันโอน
แนะนำวีซ่าตัวไหนให้ชาวอเมริกัน
ขึ้นกับเป้าหมาย: LTR-Wealthy, Retirement (O-A), Elite, DTV — ทีมเราประเมินให้ฟรีในการนัดปรึกษา 30 นาที
วิธีนำเงินจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาเพื่อซื้ออสังหาฯ
USD → THB via FET form; Chase / BoA wires settle T+1–T+2; FATCA reporting on Thai accounts >$10k — ทีมเราประสานธนาคารทั้งต้นทาง-ปลายทาง และเก็บ FET form ให้ครบเพื่อใช้โอนเงินกลับในอนาคต
ค่าธรรมเนียม end-to-end เริ่มที่เท่าไหร่
เริ่ม 35,000 บาทสำหรับ deal คอนโด (DD + struct + transfer) และ 80,000 บาทสำหรับบ้าน/ที่ดินผ่าน lease หรือ Thai company — quote เป็น fixed-fee ก่อนเริ่ม
จัดการได้ไหมถ้าผมยังไม่ได้บินมาไทย
ได้ครับ — เซ็น POA รับรองโดยสถานทูตไทยในสหรัฐอเมริกา (หรือ Apostille ที่ประเทศคุณ) ทีมรับดำเนินการแทนทั้งหมด รายงานออนไลน์ทุกขั้นตอน