เส้นทางวีซ่าที่เหมาะกับชาวอินเดีย
รายการวีซ่ายอดนิยมในกลุ่มชาวอินเดีย: LTR-Wealthy · Investment (B) · Elite · DTV แต่ละแบบมี trade-off — LTR ภาษีดี, Elite เร็วและสะดวก, O-A เหมาะวัยเกษียณ, DTV ตอบโจทย์ Digital Nomad
แม้ไม่มี Treaty พิเศษ แต่ชาวอินเดียเข้าระบบ BOI / LTR / Smart Visa ได้เต็มที่ ทีมเราเตรียมเอกสารและยื่นแทนได้ครบทุกขั้น
รูปแบบถือครองที่กฎหมายไทยรับรอง
รูปแบบ deal ที่ลูกค้าชาวอินเดียเลือกบ่อย: Sukhumvit condos + restaurant franchises + jewellery/textile trading co
ชาวอินเดียนิยมลงทุนใน Bangkok (Sukhumvit/Phra Khanong) / Pattaya / Phuket / Chiang Mai / Hua Hin — ทีมตรวจ zoning + servitude + ภาษีโรงเรือนก่อนวางเงินดาวน์
โครงสร้างถือครองถูกกฎหมาย 4 ทางเลือก: 1) ห้องชุดในชื่อตัวเอง (โควต้าต่างชาติ 49% ต่อโครงการ + FET form) 2) สัญญาเช่า 30 ปี + ต่ออายุ (Leasehold 30+30+30) 3) บริษัทไทยที่ถูกต้องตาม Foreign Business Act (ต้องไม่ใช้ Thai Nominee ผิดกฎหมาย) 4) Usufruct / Superficies / Habitation — สิทธิจำกัดในที่ดินไทย
BOI & Smart Visa — ลู่ทางสำหรับนักลงทุนเชิงพาณิชย์
ภายใต้ BOI ชาวอินเดียถือหุ้น 100% และถือที่ดินสำหรับการประกอบกิจการได้ใน 13 sector — ตั้งแต่ EV, electronics, BCG, digital จนถึง medical hub และ creative industries
Smart Visa (S/T/E/I/O) อายุ 4 ปี ออกแบบเฉพาะ Talent/Investor/Executive/Startup — ไม่ต้องขอใบอนุญาตทำงานเพิ่ม
LTR 10 ปี แบ่งเป็น Wealthy Global, Wealthy Pensioner, Work-from-Thailand, Highly-Skilled — กลุ่ม WFT มี flat tax 17% และ digital work permit
กระแสเงินข้ามพรมแดน ไทย ↔ อินเดีย
Foreign Exchange Transaction Form (FET) เป็นเอกสารสำคัญสำหรับซื้อคอนโด — ทุกการโอนเข้าไทย ≥ USD 50,000 ต้องระบุวัตถุประสงค์และเก็บไว้ยื่นกรมที่ดิน
บริบทเฉพาะของชาวอินเดีย: INR outbound under LRS USD 250k/yr/person; SBI / ICICI Bangkok branches handle; RBI form A2 required
การโอนเงินกลับประเทศ (Repatriation): ขายอสังหาฯ → โอนกลับได้ตามจำนวนที่นำเข้าครั้งแรก + กำไรหักภาษี — ทีมเราเตรียม Tax Clearance Certificate ให้
ภาษีและต้นทุนที่ต้องวางแผน
Transaction cost: 2% transfer fee, 0.5% stamp duty หรือ 3.3% SBT, WHT step-rate, VAT 7% สำหรับ developer — ส่วนใหญ่ผู้ขายรับภาระ
ค่าใช้จ่ายต่อปี: Land & Buildings Tax 0.02–0.7% + ภาษีค่าเช่า 5–35% ลดด้วย deduction ตามกฎ Revenue Code
Treaty: อินเดีย–ไทยมี DTT — ทีมภาษีของเราออก Certificate of Residence เพื่อ claim credit ที่ home country
เอกสารและการแปลที่ต้องใช้
Passport + Visa + TM.6 ขาเข้า ฉบับล่าสุด ครบทุกหน้า
Proof of Funds — Bank Statement 12 เดือนล่าสุดจากธนาคารในอินเดีย
เอกสารส่วนตัว (สูติบัตร · ทะเบียนสมรส · Power of Attorney) — แปลจากHindi / Englishเป็นไทย + รับรอง Notary + MFA + สถานทูตไทยในอินเดีย
ทีมเราจัดแปลรับรองภาษาHindi / English ↔ ไทย ได้ภายใน 2-5 วันทำการ + ส่งเอกสารกลับให้ลูกค้าที่อินเดียด้วย DHL
เหตุผลที่ชาวอินเดียเลือกเรา
เคสลูกค้าชาวอินเดียปีละ 100+ — workflow ของเราออกแบบให้รับเอกสารจากอินเดียโดยตรง
ภายใต้หลังคาเดียวกัน: Notary Public, ทนาย, นักภาษีขึ้นทะเบียน MOF — ลด touch point กับลูกค้า
ทุกขั้นตอนสรุปเป็น Hindi / English พร้อมรูปเอกสารและ tracking online
คำถามที่พบบ่อย
ชาวอินเดียถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไทยได้หรือไม่
ตามกฎหมายไทยชาวอินเดียไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้โดยตรง — แต่ใช้วิธี Leasehold 30 ปี + ต่อ, ตั้งบริษัทไทยที่ถูกกฎหมาย FBA, หรือ BOI/EEC ที่อนุญาตให้ถือที่ดินสำหรับสถานประกอบการได้
คอนโดในชื่อชาวอินเดียเป็น freehold ได้หรือไม่
เป็น freehold ได้ภายใต้ foreign quota 49% ของพื้นที่โครงการ และต้องมี FET form ติดมากับ inbound wire ก่อนวันโอน
แนะนำวีซ่าตัวไหนให้ชาวอินเดีย
ขึ้นกับเป้าหมาย: LTR-Wealthy, Investment (B), Elite, DTV — ทีมเราประเมินให้ฟรีในการนัดปรึกษา 30 นาที
จะโอนเงินจากอินเดียเข้ามาซื้ออสังหาฯ ในไทยได้อย่างไร
INR outbound under LRS USD 250k/yr/person; SBI / ICICI Bangkok branches handle; RBI form A2 required — ทีมเราประสานธนาคารทั้งต้นทาง-ปลายทาง และเก็บ FET form ให้ครบเพื่อใช้โอนเงินกลับในอนาคต
ค่าธรรมเนียม end-to-end เริ่มที่เท่าไหร่
เริ่ม 35,000 บาทสำหรับ deal คอนโด (DD + struct + transfer) และ 80,000 บาทสำหรับบ้าน/ที่ดินผ่าน lease หรือ Thai company — quote เป็น fixed-fee ก่อนเริ่ม
ทำได้ไหมถ้ายังอยู่อินเดีย
ได้ — POA รับรองที่สถานทูตไทยในอินเดีย หรือ Apostille ก็พอ ทีมเดินเรื่องในไทย พร้อม dashboard update online